<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/index/id/38</link>
<atom:link href="https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/index/id/38" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“พลังงาน” ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมัน วางแผนรับมือตามสถานการณ์ “พาณิชย์” เปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ลดค่าครองชีพประชาชน]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/490821</link>
<guid isPermaLink="false">66339f99f2043337b347fde47baf62ce</guid>
<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 16:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นต่อเนื่อง นอกจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว &nbsp;ยังมีความเสี่ยงที่จะปิดช่องแคบบับเอลมันเดบบริเวณทะเลแดง ซึ่งเป็นอีกเส้นทางสำคัญในการขนส่งสินค้าและน้ำมัน กระทรวงพลังงาน ได้ประเมินความเสี่ยงการจัดหาน้ำมันไว้ 3 ระดับ คือ 1. ผลกระทบไม่รุนแรงแต่การเดินเรืออาจช้า 2. ช่องแคบฮอร์มุซปิดเกิน 1 เดือนแต่ยังคงนำเข้าน้ำมันดิบได้ และ 3. ไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ทั้งหมด ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระดับที่ 2.2 ซึ่งมีโอกาสขยับขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์การสู้รบ ทั้งนี้หากต้องอยู่ในระดับ 3 ได้เตรียมมาตรการปันส่วนน้ำมัน เพื่อจัดลำดับความสำคัญให้หน่วยงานที่จำเป็นก่อน เช่น โรงพยาบาลและรถพยาบาล การจำกัดการใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน การควบคุมการเปิด-ปิดไฟ และการปรับเวลาให้บริการของห้างสรรพสินค้า พร้อมเน้นย้ำการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 กับรถบรรทุกและรถกระบะที่สามารถเติมได้ 15 ยี่ห้อ โดยตรวจสอบได้ที่ฝาถังน้ำมัน หรือตรวจสอบรุ่นรถผ่านเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน (www.doeb.go.th) ส่วนความจำเป็นที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลางดึก เนื่องจากต้องรอให้ตลาดสิงคโปร์ปิดและปล่อยราคาน้ำมันในช่วงเวลา 19.00 - 20.00 น. เพื่อนำมาคำนวณโครงสร้างราคาเป็นเงินบาท พร้อมทั้งพิจารณาสถานะกองทุนฯ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ส่วนการลดภาระค่าครองชีพประชาชน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและห้างค้าปลีก นำสินค้ากว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุด 50% นอกจากนี้ยังติดตามการสต็อกสินค้า&nbsp;การกระจายสินค้า และแนวโน้มราคาจำหน่าย ในวันที่ 2 เมษายน 2569 จะเชิญกลุ่มผู้ผลิตสุกร ไก่ และไข่ไก่&nbsp;ร่วมกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาจำหน่ายให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงทั้งเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภคเป็นสำคัญ</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(31 มี.ค. 69) นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชี้แจงว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนอกจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีบางประเทศที่สามารถผ่านช่องแคบดังกล่าวได้รวมถึงประเทศไทย&nbsp;และยังมีความเสี่ยงที่ช่องแคบบับเอลมันเดบบริเวณทะเลแดงอาจถูกปิด ถือเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและน้ำมันที่สำคัญ กระทรวงการต่างประเทศจึงร่วมกับกระทรวงพลังงาน เจรจาจัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่ ๆ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ประเมินความเสี่ยงในการจัดหาน้ำมันเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 ผลกระทบไม่รุนแรงแต่การเดินเรืออาจช้าลง ระดับที่ 2 ช่องแคบฮอร์มุซปิดเกิน 1 เดือนแต่ยังคงนำเข้าน้ำมันดิบได้และโรงกลั่นสามารถปรับตัวได้ และระดับที่ 3 ขั้นสูงสุดคือไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางได้ทั้งหมด และความต้องการสูงเกินกำลังการผลิตของโรงกลั่น ปัจจุบันประเทศไทยประเมินสถานการณ์อยู่ในระดับที่ 2.2 ซึ่งหมายถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลายภายใน 1 เดือน โดยสถานการณ์สามารถปรับลดลงสู่ระดับ 1 หากคู่ขัดแย้งสามารถเจรจากันได้ หรืออาจยกระดับสู่ระดับ 3 หากความรุนแรงเพิ่มขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐบาลได้นำมาตรการระดับที่ 1 และ 2 มาใช้แล้ว เช่น การจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่น การปรับกำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง ให้ทำงานเต็มขีดจำกัดที่ 109 &ndash; 110% การเพิ่มสัดส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อลดการนำเข้าน้ำมันดิบ การจำกัดการส่งออก และการ Work from Home&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการเตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์ยกระดับสู่ระดับที่ 3 นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า จะใช้มาตรการปันส่วนน้ำมันเพื่อจัดลำดับความสำคัญให้หน่วยงานที่จำเป็นก่อน เช่น โรงพยาบาลและรถพยาบาล ควบคู่การจำกัดการใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน การควบคุมการเปิด-ปิดไฟ และการปรับเวลาให้บริการของห้างสรรพสินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณพลังงานที่มีอยู่ ซึ่งเป็นการเตรียมแผนรับมือเพื่อความไม่ประมาท<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;กรณีการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 ปัจจุบันมีรถบรรทุกและรถกระบะที่สามารถเติมได้ 15 ยี่ห้อ&nbsp;โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ฝาถังน้ำมัน หรือตรวจสอบรุ่นรถผ่านเว็บไซต์ของกรมธุรกิจพลังงาน (www.doeb.go.th) ทั้งนี้ขอยืนยันว่าน้ำมัน B20 ในประเทศไทยมีคุณภาพได้มาตรฐานและไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;สำหรับการปรับขึ้นราคาน้ำมันกลางดึกนั้น นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีความผันผวนสูงมาก ราคาในช่วงกลางวันและกลางคืนมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จำเป็นต้องรอให้ตลาดสิงคโปร์ปิดและปล่อยราคาน้ำมันออกมาก่อนในช่วงเวลา 19.00 - 20.00 น. เพื่อนำมาคำนวณโครงสร้างราคาเป็นเงินบาท พร้อมทั้งพิจารณาสถานะกองทุนฯ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน ทำให้การออกประกาศชดเชยราคาต้องดำเนินการในช่วง 20.30 - 21.00 น. ของทุกวัน ทั้งนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์เป็นรายวันและไม่สามารถคาดเดาการขึ้นลงของราคาล่วงหน้าได้ อีกทั้งการไม่ประกาศปรับราคาน้ำมันล่วงหน้าเป็นการป้องกันการกักตุนสินค้า และหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำมันขาดแคลนหน้าสถานีบริการ ซึ่งปัจจุบันราคาน้ำมันหน้าปั๊มของไทยอยู่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน หากไม่ปรับราคาให้สะท้อนความเป็นจริงจะนำไปสู่ความพยายามลักลอบส่งออกเพื่อทำกำไร&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงช่วยรับภาระชดเชยราคาอย่างเต็มที่ แม้จะปรับขึ้นราคา 1.80 บาทต่อลิตร แต่กองทุนฯ ได้เพิ่มการชดเชย 2.90 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ขณะนี้กองทุนฯ มีเงินไหลออกประมาณวันละ 1,500 ล้านบาท และมีสถานะติดลบสะสมอยู่ที่ 42,000 ล้านบาท อีกทั้งการบริหารจัดการกระแสเงินสดด้วยการกู้เงินเพิ่มเติมนั้น&nbsp;มีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านการดูแลลดภาระค่าครองชีพและราคาสินค้าแก่ประชาชน วันที่ 1 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดตัวโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; ซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนและห้างค้าปลีก เช่น แม็คโคร โลตัส ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต และโกโฮลเซลล์ นำสินค้ากว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุด 50%&nbsp;ซึ่งนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการว่า ได้จัดเตรียมสินค้าไว้ตลอดไม่ให้ขาดบนชั้นวางสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ขายดีเป็นพิเศษ และได้สต็อกสินค้าไว้เพียงพอสำหรับให้ผู้บริโภคได้เข้ามาซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้จัดมุมสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อของประชาชน เชื่อว่า โครงการนี้จะสามารถกระจายสินค้าราคาประหยัดถึงมือประชาชนทั่วประเทศ ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการเชิญผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ และห้างท้องถิ่น เข้าหารือ เพื่อติดตามสถานการณ์จริงทั้งด้านสต็อกสินค้า การกระจายสินค้า และแนวโน้มราคาจำหน่ายหน้าร้าน โดยผู้ประกอบการทุกราย รายงานตรงกันว่า ปัจจุบันสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นยังมีปริมาณเพียงพอ และยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลดราคาเฉพาะช่วงเวลา การจัดสินค้าราคาพิเศษ และการทำแคมเปญร่วมกับผู้ผลิต เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ทั้งนี้แม้จะมีซัพพลายเออร์บางรายเริ่มยื่นความประสงค์ขอปรับราคาสินค้า&nbsp;โดยอ้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง แต่ห้างค้าปลีกยืนยันว่า จะยังไม่ปรับราคาจำหน่าย หากยังไม่มีหนังสืออนุญาตจากกรมการค้าภายใน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและป้องกันการปรับราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจริง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตามได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการร่วมกันดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า โดยขอความร่วมมือบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้เพียงพอ กระจายสินค้าให้ทั่วถึงทุกสาขา และชะลอการปรับขึ้นราคาในช่วงที่สถานการณ์ต้นทุนยังอยู่ระหว่างการประเมิน พร้อมทั้งติดตามข้อมูลต้นทุนจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายสินค้า และกำชับว่าการปรับราคาสินค้าควบคุมต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่าย จะต้องแจ้งรายละเอียดโครงสร้างต้นทุนและขออนุญาตก่อนดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าควบคุม รวม 65 รายการ เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็น อาทิ นมและผลิตภัณฑ์นม อาหารกึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันปาล์มบรรจุขวด รวมถึงสินค้าอุปโภคในชีวิตประจำวัน&nbsp;6 รายการ ได้แก่ สบู่ก้อนและสบู่เหลว ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า แชมพู น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย และกระดาษชำระ หากมีการปรับราคาจะต้องแจ้งขออนุญาตล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังติดตามสถานการณ์การผลิตและภาวะการค้าไข่ไก่ สุกร และเนื้อไก่อย่างต่อเนื่อง โดยนายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ไข่ไก่มีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 43.49 ล้านฟองต่อวัน เพียงพอต่อความต้องการบริโภค ส่วนผลผลิตสุกรมีปริมาณประมาณ 66,000 ตัวต่อวัน เพียงพอต่อความต้องการบริโภค กรณีการปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เป็นฟองละ 3.60 บาท จากฟองละ 3.40 บาท สะท้อนต้นทุนการผลิตปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ฟองละ 3.29 บาท จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้แม่ไก่ให้ผลผลิตลดลง ขณะเดียวกันยังต้องรับภาระต้นทุนด้านน้ำและไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากการใช้อุปกรณ์ระบายความร้อนภายในฟาร์มเพื่อลดผลกระทบจากอุณหภูมิสูง ส่วนราคาสุกรหน้าฟาร์มที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 72 บาทต่อกิโลกรัม จากสัปดาห์ก่อนที่อยู่ในช่วง 70&ndash;72 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตปัจจุบัน ที่อยู่ที่ 68.57 บาทต่อกิโลกรัม และยังอยู่ในช่วงราคาที่กรมฯ กำกับดูแล เนื่องจากอากาศร้อนทำให้หมูกินอาหารน้อยลงและโตช้า แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 78.26 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าราคาในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า และปัจจุบันยังมีปริมาณผลผลิตสุกรค่อนข้างมาก ทั้งนี้ในวันที่ 2 เมษายน 2569 จะเชิญกลุ่มผู้ผลิตสุกร ไก่ และไข่ไก่ เข้าหารือ เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิต ต้นทุน และภาวะการค้าในปัจจุบัน ตลอดจนกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาจำหน่ายให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยคำนึงถึงทั้งเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภคเป็นสำคัญ</p>

<p>#พลังงานประเมินความเสี่ยงด้านน้ำมัน #วางแผนรับมือตามสถานการณ์ #พาณิชย์เปิดโครงการไทยช่วยไทย&nbsp;#ลดค่าครองชีพประชาชน #กระทรวงพลังงาน #กระทรวงพาณิชย์ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/20260401706d23e7364e0b641d54955f10775a75162404.jpg' type='image/jpg' length='1587613' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่ง “สุชาติ - ปลัด มท.” เร่งแก้ปัญหาไฟป่า ฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ ประสานประเทศเพื่อนบ้าน ลดไฟ ลดฝุ่นข้ามแดน ดำเนินคดีเด็ดขาดผู้ลักลอบเผา]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/490806</link>
<guid isPermaLink="false">15f3d513d3f8ae272bb1c56798cf9538</guid>
<pubDate>Wed, 01 Apr 2026 15:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่กำกับดูแลแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด ด้านนายสุชาติ กำชับทุกหน่วยงานยึด 6 แนวทางปฏิบัติงาน เน้นบูรณาการ &ldquo;14 กลุ่มป่าแปลงใหญ่&rdquo; ทำงานไร้รอยต่อ ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า สั่งกรมควบคุมมลพิษ เร่งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ควบคุมจุดความร้อน ลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน และปกป้องสุขภาพของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี สามารถลดจุดความร้อนได้มากกว่าปีก่อน จากการคาดการณ์ว่าในช่วง 5-7 วันนี้ ฝนจะทิ้งช่วง ประกอบกับการระบายอากาศภาคเหนือยังไม่ดี หากยังมีจุดความร้อนจะทำให้ปัญหาฝุ่น PM2.5 สูงต่อเนื่อง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น อีกทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานเครื่องจักรกล และเฮลิคอปเตอร์ ประจำจุดที่มีค่า PM2.5 &nbsp;หรือ Hotspot สูงในภาคเหนือ เพื่อให้เข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที ติดตามเฝ้าระวังเหตุไฟป่าผ่านระบบตรวจข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) แบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อวางแผนเข้าควบคุมดับไฟป่าอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ป้องกันการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง ด้านกรมอนามัย แนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ จัดทำ &ldquo;ห้องปลอดฝุ่น&rdquo; ภายในบ้าน เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัย หากไม่สามารถจัดทำในบ้านได้ ให้ใช้บริการในสถานที่ที่มีจัดไว้ เช่น โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานบริการสาธารณสุข สถานที่เอกชน โดยค้นหาห้องปลอดฝุ่นได้ที่ https://podfoon.anamai.moph.go.th/</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(31 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่กำกับดูแลแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด เน้นย้ำให้เข้มงวดเรื่องการเผาอย่างเด็ดขาด ส่วนประเด็นหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน การพูดคุยและขอความร่วมมือเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการบริหารจัดการภายในประเทศ หากสามารถควบคุมในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาลงได้มาก และย้ำว่าต้องดำเนินคดี กับผู้ลักลอบเผาอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับมาตรการในปีที่ผ่านมา&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า โดยขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินงานเชิงรุกอย่างเข้มข้น ภายใต้หลัก &ldquo;รวดเร็ว ตรงเป้า มีประสิทธิภาพ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง&rdquo; ประกอบด้วย 6 แนวทางสำคัญ ได้แก่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. บริหารจัดการไฟป่าแบบบูรณาการ &ldquo;14 กลุ่มป่าแปลงใหญ่&rdquo; ทำงานไร้รอยต่อ ใช้ระบบ Single Command และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลาง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;2. ผนึกกำลังชุมชน ตั้งจุดเฝ้าระวัง 3,895 จุดทั่วประเทศ พร้อมปฏิบัติการเชิงรุกเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;3. เสริมปฏิบัติการทางอากาศ ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนเข้าควบคุมไฟในพื้นที่วิกฤต<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;4. ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงศูนย์สั่งการทุกระดับแบบเรียลไทม์ (Real-time)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;5. ปิดพื้นที่ป่าเสี่ยง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ลักลอบเผาป่า<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;6. สื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและลดผลกระทบต่อประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ เร่งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อควบคุมจุดความร้อน ลดปัญหาหมอกควันข้ามแดน และปกป้องสุขภาพของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้เร่งดำเนินการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. การใช้กลไกอาเซียน โดย นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียนแล้ว 3 ครั้ง เพื่อขอความร่วมมือในการลดจุดความร้อนในภาพรวมของภูมิภาค<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. ประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทาง WhatsApp Hotline ไปยังอธิบดีของเมียนมา และ สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;3. ประสานกรมเอเชียตะวันออก เพื่อใช้กลไกทางการทูตขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเพื่อนบ้านให้เร่งลดจุดความร้อนโดยด่วน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยอธิบดีกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเมียนมา ได้ลงพื้นที่กำกับการดับไฟ พร้อมประชุมหน่วยงานในรัฐฉานและหงสาวดี เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงสร้างความตระหนักแก่ประชาชนให้งดการเผา ขณะที่ สปป.ลาว ได้เร่งบูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิด ทั้งการเสริมศักยภาพการดับไฟป่าและไฟในพื้นที่เกษตร รวมถึงการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับชุมชนให้งดเผา และร่วมกันควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มข้น ส่งผลให้สถานการณ์จุดความร้อนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในเมียนมาจาก 10,834 จุด ลดลงเหลือ 5,505 จุด และใน สปป.ลาว จาก 4,157 จุด ลดลงเหลือ 2,704 จุด (30 มี.ค. 69) ทั้งนี้จากการคาดการณ์ในช่วง 5-7 วันข้างหน้า พบว่ามีแนวโน้มฝนทิ้งช่วง และการระบายอากาศในพื้นที่ภาคเหนือช่วงต้นเดือนเมษายนยังไม่ดี หากยังมีจุดความร้อนจำนวนมากทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน อาจส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเร่งควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มงวด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยสั่งการให้ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระดมเครื่องจักรกลและเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกองทัพบก ไปประจำจุดสำคัญที่มีค่า PM2.5 หรือ Hotspot สูงในภาคเหนือ เพื่อให้เข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าในพื้นที่ที่สถานการณ์วิกฤต เช่น อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ ติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หากพื้นที่ใดมีค่าฝุ่น PM2.5 สูง จากสาเหตุหมอกควันข้ามแดนหรือพัดมาจากพื้นที่ข้างเคียง ให้รายงานมายังผู้บัญชาการทันที ให้จังหวัดสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน และกำชับนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เฝ้าระวังผู้ที่เข้าไปในป่าอย่างเข้มงวด ให้นำเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 จากจังหวัดลพบุรี ขึ้นไปสแตนด์บาย (Standby) ที่จังหวัดเชียงใหม่เพิ่มเติม และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบถึงแนวทางตามระเบียบกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน จังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิง &ldquo;ป้องกันและยับยั้งภัย&rdquo; ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ กระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการ &ldquo;ปิดป่าเข้ม &ndash; บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด และบัญชาการเหตุการณ์ในภาวะวิกฤตอย่างเป็นระบบ ติดตามเฝ้าระวังเหตุไฟป่าผ่านระบบตรวจข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) แบบเรียลไทม์ (Real-time) เพื่อสามารถวางแผนเข้าควบคุมดับไฟป่าอย่างแม่นยำและรวดเร็ว ป้องกันการลุกลามขยายเป็นวงกว้าง และสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ KA-32 พร้อมทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำอากาศยาน The Guardian Team ประจำการ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่ลาดชันและเข้าถึงยาก และระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร สั่งการปรับแผนการทำงาน ตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดเชียงใหม่ ระดมเครื่องบิน 5 ลำ ได้แก่ L410 2 ลำ CASA 2 ลำ และ CN 1 ลำ ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการโปรยน้ำแข็งแห้ง การสเปรย์น้ำเย็น ระบายฝุ่นออกจากพื้นที่ และช่วงชิงสภาพอากาศก่อเมฆเพื่อให้เกิดฝนตก โดยจะเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 &ndash; 12 เมษายน 2569&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการดูแลสุขภาพประชาชน นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย แนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ จัดทำ &ldquo;ห้องปลอดฝุ่น&rdquo; ภายในบ้าน เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลอดภัย ปิดประตู-หน้าต่างให้มิดชิด เพื่อลดช่องว่าง ป้องกันฝุ่น &nbsp;จากภายนอกเข้ามาในห้อง ทำความสะอาดห้องด้วยผ้าชุบน้ำ ลดการเปิด-ปิดประตูโดยไม่จำเป็น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้สามารถติดตามสถานการณ์ค่าฝุ่นได้ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai AirBKK หรือ Life Dee หากค่าฝุ่น PM2.5 เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง และหากเกิน 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ควรอยู่ในห้องปลอดฝุ่นเป็นหลัก และสวมหน้ากาก N95 เมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถจัดทำห้องปลอดฝุ่นในบ้านได้ แนะนำให้ใช้ &ldquo;ห้องปลอดฝุ่น&rdquo; ซึ่งจัดไว้ในหลายพื้นที่ เช่น โรงเรียน&nbsp;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานบริการสาธารณสุข สถานที่เอกชน อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ โดยค้นหาห้องปลอดฝุ่นได้ที่ https://podfoon.anamai.moph.go.th/ ส่วนกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ ต้องดูแลตนเองเป็นพิเศษในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสีแดง ขอให้งดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากต้องออกภายนอก ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น โดยเลือกหน้ากากที่มีขนาดที่เหมาะสมกับใบหน้าและสวมใส่ให้กระชับ หากรู้สึกอึดอัดอาจเข้าไปในอาคารและถอดหน้ากากก่อน และหากหน้ากากเปลี่ยนสีไปจากเดิมหรือฉีกขาดให้เปลี่ยนใหม่ทันที หากมีอาการรุนแรงให้รีบไปพบแพทย์ หรือใช้บริการพบแพทย์ของคลินิกมลพิษ ในสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือผ่านแอปพลิเคชัน DMS Telemedicine ของกรมการแพทย์</p>

<p>#นายกสั่งสุชาติปลัดมหาดไทยเร่งแก้ปัญหาไฟป่าฝุ่นภาคเหนือ #ประสานประเทศเพื่อนบ้านลดไฟลดฝุ่นข้ามแดน #ดำเนินคดีเด็ดขาดผู้ลักลอบเผา #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงสาธารณสุข #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/20260401f056f55d508b7e0081bf4a48d3b799d4154852.jpg' type='image/jpg' length='1514725' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเร่งดูแลค่าครองชีพประชาชน-ราคาพลังงาน จัดโครงการ “ไทยช่วยไทย” 1 เม.ย. นี้  “ธงฟ้า ราคาประหยัด” “ธงเขียวพลัส” เพื่อเกษตรกร ]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/490162</link>
<guid isPermaLink="false">dd49ebe366c914acd80a68a1d4b46e09</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 10:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้เริ่มคลี่คลาย และดีขึ้นต่อเนื่อง ทุกฝ่ายยังให้คำยืนยันว่ายังไม่มีความผิดปกติในการนำเข้าน้ำมันดิบ สร้างความมั่นใจต่อประชาชนว่าน้ำมันในประเทศไทยจะต้องไม่หายไป ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ ขณะที่การประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กระทรวงพลังงาน ยืนยันว่ามีน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวน การกลั่นจากหลายแหล่ง และกระจายไปยังภาคอุตสาหกรรม จำหน่ายผ่านผู้ค้าน้ำมัน ทั้งสถานีบริการน้ำมันและผู้ค้ารายย่อย เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง จากมาตรการผ่อนคลายการสำรองน้ำมัน ทำให้มีน้ำมันเข้าสู่ตลาดประมาณ 128 ล้านลิตร แม้ความต้องการใช้น้ำมันยังอยู่ในระดับสูง แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะยังคงมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ และส่งเสริมพลังงานทางเลือก ดีเซล B20 ซึ่งมีราคาต่ำกว่าดีเซลทั่วไป (B7) ประมาณลิตรละ&nbsp;5 บาท เพื่อจูงใจการใช้งาน และช่วยให้ผู้ประกอบการ ทั้งภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรม สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ซึ่งผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ได้ทยอยขยายจุดจำหน่าย B20 อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนอย่างต่อเนื่อง และตรวจสอบการกักตุนสินค้าอย่างเข้มงวด สำหรับการลดค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้จัดโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; นำสินค้า กว่า 1,000 รายการ ลดราคาสูงสุด 50% จะเริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ควบคู่การจัดโครงการ &ldquo;ธงฟ้าราคาประหยัด&rdquo; กว่า 500 จุด และรถโมบายเคลื่อนที่ที่จะเริ่มให้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่จังหวัดปราจีนบุรี ในเดือนเมษายน และ จังหวัดตราด หลังเทศกาลสงกรานต์ และโครงการ &ldquo;ธงเขียวพลัส&rdquo; เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์และคูปองสำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ รวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย ซึ่งจะเริ่มในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน ที่จังหวัดกำแพงเพชร ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้รายงานความคืบหน้าการค้นหา 3 ลูกเรือไทย &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; เนื่องจากตัวเรือเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ยังมีกลุ่มควันตกค้างภายใน มีสภาพน้ำท่วมขังบริเวณห้องเครื่อง และการค้นหาเป็นไปด้วยความลำบาก ทีมค้นหาได้ดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ แต่ไม่พบลูกเรือทั้ง 3 คน&nbsp;</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(30 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำมันในขณะนี้เริ่มคลี่คลาย และดีขึ้นต่อเนื่อง โดยมีการใช้เครือข่ายของบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศ ที่มีเครือข่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามา &nbsp;ซึ่งทุกฝ่ายยังให้คำยืนยันว่ายังไม่มีความผิดปกติในการนำเข้าน้ำมันดิบ ส่วนสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน สิ่งที่ต้องบริหารจัดการให้ได้คือการสร้างความมั่นใจต่อประชาชนว่าน้ำมันในประเทศไทยจะต้องไม่หายไป พร้อมย้ำว่าประเทศไทยยังมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ และยังไม่จำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงาน เชื่อว่าหากมีรัฐบาลชุดใหม่และมีอำนาจเต็ม จะทำให้การบริหารงานมีความสะดวกและเป็นไปอย่างราบรื่น&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่การประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยมีนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานการประชุม แทนนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่ง ศบก. ได้ปรับรูปแบบการสื่อสารให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ชัดเจน และเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนารูปแบบการประชาสัมพันธ์ใหม่&nbsp;อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งนางสาวณัฏฐา มหัทธนา เป็นโฆษก ศบก. โดยจะปรับรูปแบบการแถลงข่าวให้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์สูงสุด และจัดตั้งศูนย์รวมข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ของ ศบก. &ldquo;ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง&rdquo; เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านพลังงาน ราคาสินค้า และการแถลงข่าวประจำวันไว้ในที่เดียว ช่วยให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้อย่างครบถ้วนและสะดวกยิ่งขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับสถานการณ์พลังงาน กระทรวงพลังงานรายงานสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน โดยข้อมูล&nbsp;ณ วันที่ 28 มีนาคม 2569 มีน้ำมันดิบเข้าสู่กระบวนการกลั่นจากหลายแหล่ง โดยมีสัดส่วนหลักจากตะวันออกกลาง ควบคู่กับแหล่งนำเข้าอื่นและภายในประเทศ ก่อนนำไปกลั่นเป็นน้ำมันดีเซลพื้นฐาน และผสมไบโอดีเซลเพื่อผลิตเป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วสำหรับใช้ในประเทศ น้ำมันที่ผลิตได้ถูกกระจายไปยังภาคอุตสาหกรรม ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และจำหน่ายผ่านผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ทั้งสถานีบริการน้ำมันและผู้ค้ารายย่อย เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคอย่างทั่วถึง จากมาตรการผ่อนคลายการสำรองน้ำมัน ทำให้มีน้ำมันเข้าสู่ตลาดประมาณ 128 ล้านลิตร&nbsp;แม้ความต้องการใช้น้ำมันยังอยู่ในระดับสูง แต่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะยังคงมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในส่วนของการส่งเสริมพลังงานทางเลือก คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมาตรการดูแลราคาดีเซล B20 ให้ต่ำกว่าดีเซลทั่วไป (B7) ประมาณลิตรละ 5 บาท เพื่อจูงใจการใช้งาน และช่วยให้ผู้ประกอบการ ทั้งภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรม สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ได้ทยอยขยายจุดจำหน่าย B20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกและทางเลือกให้กับผู้ใช้รถที่รองรับน้ำมันประเภทนี้ โดยสถานีบริการน้ำมันบางจาก เริ่มจำหน่ายแล้วที่คลังพระโขนง สถานีบริการน้ำมัน OR ที่คลังสงขลา และคลังสระบุรี และสถานีบริการน้ำมัน Shell คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายต้นเดือนเมษายน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตยังได้รายงานความคืบหน้าการปราบปรามการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยได้ร่วมมือกับกองทัพเรือจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&nbsp;ซึ่งที่ประชุมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันติดตามและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน และขอให้ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบการกักตุนสินค้าอย่างเข้มงวด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านการลดค่าครองชีพของประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการบรรเทาภาระประชาชน โดยควบคุมไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้า จัดโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; นำสินค้าจากห้างโมเดิร์นเทรด ซัพพลายเออร์ เข้าร่วมโครงการฯ ไม่น้อยกว่า 19 ราย กว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุด 50% จะเริ่มเปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ลงพื้นที่ 4 ห้างโมเดิร์นเทรด ตรวจความพร้อมของร้านค้าก่อนเริ่มโครงการ พบว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ยังดำเนินการควบคู่กับการจัดโครงการ &ldquo;ธงฟ้าราคาประหยัด&rdquo; กว่า 500 จุด และรถโมบายเคลื่อนที่ที่จะเริ่มให้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่จังหวัดปราจีนบุรี ในเดือนเมษายน และ จังหวัดตราด หลังเทศกาลสงกรานต์ และมีมาตรการสนับสนุนวัตถุดิบราคาพิเศษผ่านตลาดกลาง กทม. เพื่อลดต้นทุนให้ร้านข้าวแกง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ยังมีโครงการ &ldquo;ธงเขียวพลัส&rdquo; ต่อยอดส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อราย โดยเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เกษตรกรที่มีบัตรดินดี ได้รับมาตรฐาน GAP หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย โครงการนี้จะเริ่มในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน ที่จังหวัดกำแพงเพชร ก่อนขยายไปยัง 50 จังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายลดต้นทุน 1 ล้านกระสอบ อีกทั้งได้เตรียมสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย และเร่งจัดหาแหล่งวัตถุดิบทดแทน โดยประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการกระจายความเสี่ยงด้านการนำเข้า<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้าน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้ากรณีลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ที่ประสบเหตุ ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดตามและแจ้งความคืบหน้ามาโดยตลอด ล่าสุดได้รับการประสานจากบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ว่า บริษัทฯ ได้ว่าจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการค้นหาและกู้ภัยขึ้นไปบนเรือ โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อค้นหาบริเวณที่เชื่อว่าเป็นจุดที่ลูกเรือทั้ง 3 คน อาจประสบเหตุ ซึ่งทีมค้นหาได้ตรวจค้นพื้นที่บนเรือที่สามารถเข้าถึงได้อย่างละเอียดเท่าที่สภาพการณ์จะเอื้ออำนวย เนื่องจากตัวเรือเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ ยังมีกลุ่มควันตกค้างภายใน และมีสภาพน้ำท่วมขังบริเวณห้องเครื่อง และการค้นหาเป็นไปด้วยความลำบาก ทั้งนี้ทีมค้นหาได้ดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ แต่ไม่พบลูกเรือทั้ง 3 คน และบริษัทฯ ได้แจ้งให้ครอบครัวของลูกเรือทราบแล้ว อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศ จะไม่ลดละความพยายามในการตามหาลูกเรือทั้ง 3 คน โดยจะประสานงานกับฝ่ายอิหร่าน และฝ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิดต่อไป&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัยนั้น จำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอน พร้อมทั้งเร่งเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ ศบก. เห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง&nbsp;เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างในช่องแคบฮอร์มุซสามารถเดินทางออกจากช่องแคบดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งคณะทำงานจะเร่งดำเนินการต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนด้านความมั่นคงภายในประเทศ ยังพบการชุมนุมแสดงออกของกลุ่มที่มีจุดยืนแตกต่าง แม้ยังไม่เกิดความรุนแรง แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงในการใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่พักพิงหรือทางผ่านของกลุ่มที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามการนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยจะประเมินและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ</p>

<p>#รัฐบาลเร่งดูแลค่าครองชีพประชาชน #ราคาพลังงาน #จัดโครงการไทยช่วยไทย1เมยนี้ #ธงฟ้าราคาประหยัด&nbsp;#ธงเขียวพลัสเพื่อเกษตรกร #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงพลังงาน #กระทรวงการต่างประเทศ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/2026033170039b2e956547d268d4361a26e69330100403.jpg' type='image/jpg' length='1624758' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ห่วงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สั่งผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับมาตรการลดผลกระทบ ป้องกันสุขภาพประชาชน]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/490152</link>
<guid isPermaLink="false">ecc733919d6f1f3105a93951a86315a8</guid>
<pubDate>Tue, 31 Mar 2026 09:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; จากสถานการณ์มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ยกระดับมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับ &ldquo;สุขภาพของประชาชน&rdquo; ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดับไฟป่า นำอากาศยานและโดรน มาใช้ในพื้นที่เสี่ยง รณรงค์เชิงรุกในชุมชนเพื่อลดการเผา แจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ในระดับระหว่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในภูมิภาคแม่โขง และช่องทาง &ldquo;Hotline Clear Sky&rdquo; เพื่อเร่งลดจุดความร้อนและบรรเทาผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน อีกทั้ง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ระดมเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำ และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สนับสนุนการปฏิบัติงาน และบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&nbsp;ระดมสรรพกำลังเครื่องจักรกลและทีมเผชิญเหตุสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ บูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 และส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 อีก 1 ลำ เพื่อเสริมปฏิบัติการทางอากาศจังหวัดเชียงใหม่และทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่เขาสูงชันและป่าลึกที่ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินเข้าถึงยาก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร&nbsp;เพิ่มเครื่องบินเป็น 4 ลำ ประจำการ ณ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ เตรียมปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และป้องกันสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเฝ้าระวังสุขภาพ งดกิจกรรมกลางแจ้ง งดการเผาทุกชนิด สวมหน้ากากอนามัย หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนชรา ให้รีบพบแพทย์ทันที&nbsp;</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp; &nbsp;(31 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)&nbsp;ในภาพรวมของประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี ซึ่งหลายจังหวัดมีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงได้สั่งการให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ยกระดับการดำเนินงานตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวม 4 แนวทาง อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ ได้แก่&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. หากพบจุดความร้อน (Hotspot) ที่เกิดจากการกระทำของบุคคล ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;3. ระดมทรัพยากรบุคลากร และอุปกรณ์ทุกชนิดในการดับไฟป่า เพื่อบรรเทาความรุนแรง ทำให้เข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;4. ประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยระดมสรรพกำลังในทุกด้าน และหากเกินกำลังของจังหวัดให้ขอรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหามายังกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติโดยเร็ว<br />
&nbsp; &nbsp; นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุก ระดมสรรพกำลังเครื่องจักรกลและทีมเผชิญเหตุสนับสนุนผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ บูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ทั้งรถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิงขนาดใหญ่ รถฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศในพื้นที่ชุมชนและจุดเสี่ยงทั่วภาคเหนือ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด และส่งเฮลิคอปเตอร์&nbsp;KA-32 อีก 1 ลำ บินด่วนขึ้นจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมปฏิบัติการทางอากาศ เพิ่มขีดความสามารถในการทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่เขาสูงชันและป่าลึกที่ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินเข้าถึงยาก นอกจากนี้ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังจึงได้สั่งการให้เพิ่มเครื่องบินเป็นจำนวน 4 ลำ ประจำการ ณ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จ.เชียงใหม่ ได้แก่ เครื่องบิน L410 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ เตรียมปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 และป้องกันสุขภาพของประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ประชาชนสามารถติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยและข้อมูลสถานการณ์ได้ทางแอปพลิเคชัน &ldquo;Thai Disaster Alert&rdquo; และหากพบเห็นเหตุไฟป่าหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 หรือ LINE ID @1784DDPM เพื่อประสานความช่วยเหลือต่อไป&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกทั้ง รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการกำลังเร่งตรวจหาและดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง&nbsp;นำเทคโนโลยี เช่น อากาศยานและโดรน มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยง เร่งรณรงค์เชิงรุกในชุมชน&nbsp;เพื่อลดพฤติกรรมการเผา และแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast อย่างต่อเนื่อง ในระดับระหว่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษได้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านกลไกความร่วมมือในภูมิภาคแม่โขง และช่องทาง &ldquo;Hotline Clear Sky&rdquo; เพื่อเร่งลดจุดความร้อนและบรรเทาผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&nbsp;ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เพื่อติดตามภารกิจดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภูเขาสูงชัน ซึ่งเข้าถึงได้ยาก มีการระดมทั้งเฮลิคอปเตอร์ตักน้ำ และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) สนับสนุนการปฏิบัติงานแบบบูรณาการ มอบอุปกรณ์จำเป็น เสริมขีดความ สามารถ และรับฟังปัญหาอุปสรรคจากหน้างาน เพื่อนำไปปรับปรุงมาตรการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับ &ldquo;สุขภาพของประชาชน&rdquo; ควบคู่กับการเร่งควบคุมสถานการณ์ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเดินหน้ามาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมติดตามจุดความร้อนแบบเรียลไทม์ การสนับสนุนอากาศยานดับไฟ การควบคุมพื้นที่เสี่ยง และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานเฝ้าระวังสุขภาพ โดยงดกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;หากจำเป็นควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เด็ก และคนชรา หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ และควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาทุกชนิด งดใช้รถยนต์ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐาน เพื่อลดการเกิดฝุ่นควันสะสมในอากาศซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย และสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศได้ผ่านเว็บไซต์ Air4Thai หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai</p>

<p>#นายกห่วงสถานการณ์ฝุ่น #สั่งผู้ว่าราชการจังหวัด17จังหวัดภาคเหนือ #ยกระดับมาตรการลดผลกระทบ&nbsp;#ป้องกันสุขภาพประชาชน #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/20260331f186d723a40b50b00d8a69869a979806095708.jpg' type='image/jpg' length='1215805' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เหนือ - อีสาน ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน กระทบสุขภาพประชาชน สวมหน้ากากป้องกัน  เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง งดเผาในที่โล่ง ]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/489834</link>
<guid isPermaLink="false">15259c2671a32751ab11ae6df986675d</guid>
<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 13:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;สถานการณ์มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เว็บไซต์ติดตามคุณภาพอากาศระดับโลก IQAir รายงานอันดับเมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลก ได้แก่ เชียงใหม่ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยค่า AQI อยู่ที่ระดับ 188 ขั้นสีแดง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกคน ส่วนอันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในประเทศ ได้แก่ เวียงเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 712 (สีน้ำตาล) อยู่ในระดับอันตราย อีกทั้งกรมควบคุมมลพิษ ได้ติดตามคุณภาพอากาศและฝุ่น PM2.5 ของประเทศพบจังหวัดที่เกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี บึงกาฬ หนองคาย เลย นครพนม หนองบัวลำภู สกลนคร มุกดาหาร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ชัยภูมิ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ มีแนวโน้มสูงขึ้นช่วงวันที่&nbsp;30 มีนาคม - 5 เมษายน 2569 เน้นย้ำประชาชน และเกษตรกร ห้ามเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรและที่โล่ง โดยเฉพาะการเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 4-20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 - 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว หรือเผาในที่โล่ง จนเป็นอันตรายต่อผู้อื่นและทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับการดูแลสุขภาพของประชาชนกระทรวงสาธารณสุข ได้เน้นการทำงานเชิงรุก ได้แก่&nbsp;การดูแลกลุ่มเปราะบาง เร่งกระจายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน ให้บริการห้องปลอดฝุ่น และเฝ้าระวังอุบัติการณ์ผู้ป่วยฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้โดยการสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง งดการเผาในที่โล่ง ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าสู่ตัวอาคาร และติดตามสถานการณ์ตรวจค่าคุณภาพอากาศเป็นประจำผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai AirBKK หรือ Life Dee ก่อนวางแผนออกนอกบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(30 มี.ค. 69) สถานการณ์มลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 ยังน่ากังวลและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เว็บไซต์ติดตามคุณภาพอากาศระดับโลก IQAir รายงานอันดับเมืองที่มีมลพิษสูงแบบเรียลไทม์&nbsp;เวลา 07.00 น. พบว่า เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก ได้แก่ เชียงใหม่ ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยค่า AQI อยู่ที่ระดับ 188 ขั้นสีแดง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกคน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับเมืองใหญ่ที่มีค่ามลพิษสูงสุด 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;1. เทศบาลนครเชียงใหม่ ประเทศไทย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 188 (สีแดง)<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;2. กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 172 (สีแดง)<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;3. กรุงเดลี ประเทศอินเดีย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 167 (สีแดง)<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;4. กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 156 (สีแดง)<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;5. กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 152 (สีแดง)<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนอันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในประเทศ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วย เวียงเหนือ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 712 (สีน้ำตาล) แม่ฮี้ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 625 (สีน้ำตาล) ปาย ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 288 (สีม่วง) โดยดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) แบ่งเป็น 6 ระดับ ได้แก่ สีเขียว 0-50 อยู่ในระดับดี สีเหลือง 51-100&nbsp;อยู่ในระดับปานกลาง สีส้ม 101-150 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อผู้ป่วย หรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ สีแดง 151-200 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน สีม่วง 201-300 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคนอย่างรุนแรง และสีน้ำตาล ตั้งแต่ 301 ขึ้นไป อยู่ในระดับอันตราย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกทั้งเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ยังมีประกาศสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)&nbsp;เรื่อง คุณภาพอากาศเกินมาตรฐานบริเวณภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน) ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เวลา 07.00 น. มีค่าระหว่าง 41.5 - 193.8 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ระดับ &ldquo;เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) ถึง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง)&rdquo; โดยพบค่าฝุ่นระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) ดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;1) ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 193.8 มคก./ลบ.ม.<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;2) ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เท่ากับ 174.5 มคก./ลบ.ม.<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;3) ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 &nbsp;เท่ากับ 154.6 มคก./ลบ.ม.&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;4) ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าฝุ่น PM2.5 &nbsp;เท่ากับ 140.6 มคก./ลบ.ม.<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;5) ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 &nbsp;เท่ากับ 123.5 มคก./ลบ.ม.<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ซึ่ง ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน พื้นที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐานในระดับสีแดง (ระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ) ติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกทั้งศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ ได้ติดตามคุณภาพอากาศและค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ของประเทศภาพรวมเกินค่ามาตรฐาน ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี บึงกาฬ หนองคาย เลย นครพนม หนองบัวลำภู สกลนคร มุกดาหาร ขอนแก่น &nbsp;กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ ชัยภูมิ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ โดยภาคเหนือ สูงสุด 198.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สูงสุด 88.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม และมีแนวโน้มสูงขึ้นช่วงวันที่ 30 มีนาคม - 5 เมษายน 2569 เนื่องจากการระบายอากาศต่ำ จมตัว และลมนิ่ง ทำให้ฝุ่นสะสมตัวไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้ ประกอบกับ พบจุดความร้อนจากการเผา และลมพัดพาหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในประเทศไทย จึงขอแจ้งเตือนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุมป้องกันไฟป่า และขอความร่วมมือประชาชน เกษตรกร งดการเผาในทุกพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ที่สำคัญกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยผู้ที่ลักลอบเผาในพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตรและที่โล่ง&nbsp;มีโทษทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;- &nbsp;การเผาในพื้นที่ตนเองหรือในพื้นที่สาธารณะทั่วไปจนเกิดเหตุรำคาญ เช่น การเผาขยะมูลฝอย เผาสิ่งต่าง ๆ กลางแจ้ง เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งให้ระงับเหตุรำคาญดังกล่าว หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีความผิดตาม พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน&nbsp;3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;- การเผาในพื้นที่ข้างทางหรือถนน ภายในระยะห่างไม่เกิน 500 เมตรจากทางเดินรถ เป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถ มีความผิดตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;- การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น เผาไร่อ้อย เผาตอซังข้าว หรือเผาในที่โล่ง จนน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นและทรัพย์ของผู้อื่น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;- การเผาป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4-20 ปี ปรับตั้งแต่ 400,000 - 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;- การเผาป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่&nbsp;20,000 - 200,000 บาท ในกรณีบุคคลใดเผาป่าเป็นเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 2,000,000 บาท<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;หากพบเห็นการเผาป่า เผาขยะ หรือเผาในที่โล่งแจ้ง สามารถแจ้งได้ทันทีที่สายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 สายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุพืช 1362 ศูนย์ดำรงธรรม 1567 หรือตำรวจ 1599 ตลอด 24 ชม. เพื่อช่วยลดฝุ่น PM2.5 และการลักลอบเผาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เนื่องจากช่วงนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้กำชับให้ยกระดับมาตรการเตรียมความพร้อมเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างเร่งด่วน เน้นการทำงานเชิงรุกใน 4 ด้านหลัก ดังนี้&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. การดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุก ขณะนี้มีการดูแลรวมทั้งสิ้น 942,952 คน แบ่งเป็น ผู้สูงอายุ 754,440 คน เด็กเล็ก 80,920 คน ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ 72,340 คน ผู้ป่วยโรคหัวใจ 29,310 คน และหญิงตั้งครรภ์ 5,942 คน โดยจังหวัดที่มีการดำเนินงานดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุกสูงสุด 3 อันดับแรก คือ เชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. การสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งกระจายหน้ากากอนามัยและหน้ากาก N95 ให้กับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่วิกฤต รวมแล้วกว่า 31,757 ชิ้น โดยจังหวัดที่มียอดแจกจ่ายสูงสุดคือ เชียงใหม่ (12,770 ชิ้น) แพร่ (11,852 ชิ้น) และ ลำปาง (3,476 ชิ้น)&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. การให้บริการห้องปลอดฝุ่น (Clean Room) เพื่อเป็นที่พักพิงและลดการสัมผัสฝุ่นให้กับประชาชน สถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ได้เปิดให้บริการ &ldquo;ห้องปลอดฝุ่น&rdquo; ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าใช้บริการรวม 2,490 คน จังหวัดที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดคือ นครพนม (889 คน) แพร่ (687 คน) และ พะเยา (500 คน)&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. เฝ้าระวังอุบัติการณ์ผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจากฐานข้อมูลรายงานอุบัติการณ์ยังไม่พบรายงานผู้ป่วยยืนยัน หรือผู้ได้รับผลกระทบรุนแรงจาก PM2.5 ที่ต้องเข้ารับการรักษาฉุกเฉินในระบบ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีค่าฝุ่นสูงมาก ซึ่งกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเริ่มมีอาการเกี่ยวกับการรับสัมผัสฝุ่นเพิ่มขึ้นกว่า 55% ส่วนใหญ่มีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก ไอ และระคายเคืองตา จึงขอเน้นย้ำข้อควรปฏิบัติเพื่อสุขอนามัยที่ดีในช่วงวิกฤตฝุ่นสูง ดังนี้&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 1. สวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ เช่น N95 หรือ KN95 อย่างถูกวิธี&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งหรือการอยู่นอกอาคารเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 3. งดการเผาในที่โล่ง จุดธูป ทำกิจกรรมปิ้งย่าง และหมั่นตรวจสอบสภาพยานพาหนะเพื่อลดการปล่อยควันดำ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 4. ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าสู่ตัวอาคาร หมั่นทำความสะอาดบ้าน และแนะนำให้ใช้ &ldquo;ห้องปลอดฝุ่น&rdquo; หากค่าฝุ่นภายนอกสูงเกินมาตรฐาน&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; 5. ติดตามสถานการณ์ตรวจค่าคุณภาพอากาศเป็นประจำผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai AirBKK หรือ Life Dee ก่อนวางแผนออกนอกบ้าน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; คาดการณ์ว่าในสัปดาห์นี้ ค่าฝุ่น PM2.5 ยังมีแนวโน้มเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพอากาศปิดและมีการเผาในที่โล่งเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งหากร่างกายได้รับสัมผัสฝุ่นในปริมาณสูงหรือเป็นระยะเวลานาน&nbsp;อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และอาจนำไปสู่โรคมะเร็งปอดได้ในระยะยาว จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมอนามัย 1478</p>

<p>#เหนืออีสานฝุ่นเกินค่ามาตรฐานกระทบสุขภาพประชาชน #สวมหน้ากากป้องกัน #เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง&nbsp;#งดเผาในที่โล่ง #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #กระทรวงสาธารณสุข #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/20260330b6b804d48c1bc8d701d4068893938e29131916.jpg' type='image/jpg' length='1218186' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมัน จ.นครพนม เน้นย้ำประชาสัมพันธ์การประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/489828</link>
<guid isPermaLink="false">9464ed8d8ca9f4114a0687ecd9f7e1cd</guid>
<pubDate>Mon, 30 Mar 2026 12:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เช่ารถยนต์ขับและสุ่มตรวจสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยเน้นย้ำให้จังหวัดนครพนมประชาสัมพันธ์การประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น&nbsp;และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ ส่วนกรมธุรกิจพลังงานได้สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ทั้งในด้านปริมาณสำรองและการกระจาย โดยมีการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศกว่า 3,000 แห่ง ยืนยันว่าไม่มีการกักตุน อีกทั้งยังมีการตรวจสอบคลังน้ำมันร่วมกับตำรวจนครบาล&nbsp;กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมการปกครอง ติดตามการจัดส่งน้ำมันผ่านระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Fuel-DM และเว็บแอปพลิเคชัน Fuel-Now ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะปั๊มและชนิดน้ำมันที่มีจำหน่ายได้แบบเรียลไทม์ ส่วนการลดต้นทุนค่าปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์จัดโครงการ &ldquo;ธงเขียวพลัส&rdquo; ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการเดิมที่ได้รับส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อราย โดยจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่เกษตรกรสำหรับซื้อปุ๋ย สูงสุด 1,400 บาทต่อราย ครอบคลุม 50 จังหวัด ซึ่งจะเริ่มสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน 2569 นำร่องที่จังหวัดกำแพงเพชร ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่เพาะปลูกอื่น ๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้ารวมทั้งสิ้น 1 ล้านกระสอบ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศติดตามการขนส่งสินค้าและนำเรือบรรทุกวัตถุดิบของไทย โดยเฉพาะปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ซึ่งติดค้างอยู่ในเส้นทางขนส่ง ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้ประเทศไทยมีปุ๋ยใช้อย่างเพียงพอ โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้เร่งประสานกับอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรือพาณิชย์ของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ส่วนการช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้เร่งช่วยเหลือ&nbsp;</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(29 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เช่ารถยนต์ขับและสุ่มตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยพูดคุยกับเจ้าของปั๊มน้ำมัน รวมทั้งเน้นย้ำให้จังหวัดนครพนมประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ ซึ่งปัจจุบันจังหวัดนครพนมมีปั๊มน้ำมันรวม 333 แห่ง เป็นปั๊มขนาดใหญ่ 72 แห่ง เฉพาะที่อำเภอธาตุพนมมีปั๊มขนาดใหญ่ 10 แห่ง ส่วนสถานการณ์ด้านการจำหน่ายน้ำมันดีเซล เริ่มเป็นสีเขียวกระจายไปทุกอำเภอ และน้ำมันชนิดอื่น ๆ มีจำหน่ายให้กับประชาชนได้ตามปกติ ไม่มีการต่อคิวแน่นเหมือนที่ผ่านมา&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าว โดยนายฉัตรชัย คุณโลหิต รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่าสถานการณ์น้ำมันดีเซลหมุนเร็วและน้ำมันเบนซิน ณ วันที่ 27 มีนาคม 2569 น้ำมันดีเซลมีปริมาณการผลิตเฉลี่ย 82.21 ล้านลิตรต่อวัน การจำหน่ายเฉลี่ย 82.99 ล้านลิตรต่อวัน และการส่งออกเฉลี่ย 4.43 ล้านลิตรต่อวัน รวมปริมาณจำหน่ายและส่งออกอยู่ที่ 87.42 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซินมีปริมาณการผลิตเฉลี่ย 34.40 ล้านลิตรต่อวัน การจำหน่ายเฉลี่ย 35.25 ล้านลิตรต่อวัน และการส่งออกเฉลี่ย 0.84 ล้านลิตรต่อวัน รวมอยู่ที่ 36.09 ล้านลิตรต่อวัน&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมธุรกิจพลังงานได้สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ทั้งในด้านปริมาณสำรองและการกระจาย โดยมีการตรวจสอบสต๊อกน้ำมันทั่วประเทศ พบว่าปริมาณน้ำมันสำรองสอดคล้องตามกฎหมาย จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันกว่า 3,000 แห่ง พบปั๊มปิดให้บริการเพียงร้อยละ 10 ยืนยันว่าไม่มีการกักตุน อีกทั้งยังมีการตรวจสอบคลังน้ำมันร่วมกับตำรวจนครบาล กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมการปกครอง รวมถึงติดตามการจัดส่งน้ำมันผ่านระบบตรวจสอบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Fuel-DM และเว็บแอปพลิเคชัน Fuel-Now ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะปั๊มและชนิดน้ำมันที่มีจำหน่ายได้แบบเรียลไทม์ หากพบผู้ประกอบการกักตุนหรือกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ล่าสุดตรวจพบคลังน้ำมันผิดกฎหมาย 3 แห่ง ปริมาณรวม 30,000 ลิตร และได้แจ้งความเรียบร้อยแล้ว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่ามีร้านจำหน่ายปุ๋ยเคมีรายใหญ่ขายปุ๋ยในราคาสูง ทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกเพิ่มขึ้น จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตำรวจสอบสวนกลาง และได้ล่อซื้อตามข้อร้องเรียนเพื่อเก็บหลักฐาน ซึ่งผลการตรวจสอบพบว่ามีการขายปุ๋ยในราคาสูง เจ้าหน้าที่จึงเชิญผู้ประกอบการ มาชี้แจง พร้อมตรวจสอบเอกสารต้นทุนการซื้อและราคาขายอย่างละเอียด และได้ขยายการตรวจสอบไปยังร้านที่รับสินค้ามาก่อนหน้านี้&nbsp;โดยอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจสอบว่ามีการตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 หรือผ่านช่องทางไลน์ @mr.DIT ซึ่งหากส่งหลักฐานประกอบได้ เช่น ใบเสร็จรับเงิน หรือภาพถ่าย จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น หากพบกระทำผิดจริง จะมีโทษตามกฎหมาย โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการลดต้นทุนค่าปุ๋ย มีแผนจัดโครงการ &ldquo;ธงเขียวพลัส&rdquo; ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการเดิมที่ได้รับส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อราย โดยจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่เกษตรกรที่มีบัตร ดินดี ของกรมพัฒนาที่ดิน หรือผ่านมาตรฐาน GAP ของกรมวิชาการเกษตร หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ของกรมส่งเสริมการเกษตร จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ จะทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย&nbsp;โดยมีแผนดำเนินการครอบคลุม 50 จังหวัด ซึ่งจะเริ่มในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน 2569 นำร่องที่จังหวัดกำแพงเพชร ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่เพาะปลูกอื่น ๆ ทั่วประเทศ ตั้งเป้ารวมทั้งสิ้น 1 ล้านกระสอบ พร้อมกันนี้ยังได้ประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตปุ๋ยจำนวน 26 แห่งในการจำหน่ายปุ๋ยราคาพิเศษหน้าโรงงานโดยมีปริมาณรวมกว่า 10 ล้านกระสอบ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรในวงกว้างอีกด้วย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกทั้งยังได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศติดตามการขนส่งสินค้าและนำเรือบรรทุกวัตถุดิบของไทย โดยเฉพาะปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ซึ่งติดค้างอยู่ในเส้นทางขนส่ง ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมทั้งหาปุ๋ยแหล่งใหม่ ๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีปุ๋ยใช้อย่างเพียงพอ ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพและลดต้นทุนทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับทางการอิหร่านอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพื่อให้เรือพาณิชย์ของไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยมีเรือที่สามารถเดินทางออกมาสำเร็จบ้างแล้ว แต่ยังคงต้องหารือกับทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือเรือที่ยังตกค้าง ส่วนการช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo;&nbsp;ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้เร่งช่วยเหลือ โดยกระทรวงการต่างประเทศจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบทันทีเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความเปราะบาง ขอย้ำให้คนไทยในพื้นที่พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว ติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการอย่างเคร่งครัด และลงทะเบียนข้อมูลติดต่อไว้กับสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ เพื่อรับความช่วยเหลือที่รวดเร็ว โดยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กาตาร์ โดยได้ขอบคุณกาตาร์สำหรับการดูแลคนไทยและการอำนวยความสะดวกให้คนไทยเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัย ซึ่งฝ่ายกาตาร์ย้ำการให้ความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือและดูแลคนไทยในกาตาร์&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล แจ้งเตือนว่ามิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หลอกให้โอนเงินค่าดำเนินการพากลับประเทศไทย โดยย้ำว่าสถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่มีนโยบายให้โอนเงินค่าธรรมเนียมในการเดินทางกลับประเทศ ซึ่งทางการอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าถึงวันที่ 16 เมษายน 2569 โดยจะมีเฉพาะสายการบิน El Al และ Arkia ที่ยังคงทำการบินมายังไทยแต่ไม่ใช่เที่ยวบินที่ให้บริการตามกำหนดเวลาปกติ และอาจถูกยกเลิกกระทันหันตามเหตุจำเป็นในพื้นที่ หากคนไทยจำเป็นจะต้องเดินทางออกอย่างเร่งด่วน ขอให้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เพื่ออำนวยความสะดวกผ่านช่องทางอื่นต่อไป ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,514 คน</p>

<p>#นายกสุ่มตรวจปั๊มน้ำมันจังหวัดนครพนม #เน้นย้ำประชาสัมพันธ์การประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้น #กระทรวงมหาดไทย&nbsp;#กระทรวงพลังงาน #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงการต่างประเทศ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/2026033049e832f74b6d2b215cc4b89f7cefc765125933.jpg' type='image/jpg' length='1458969' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ประชุม ครม. นัดพิเศษ เห็นชอบ 7 มาตรการ เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น 400 บาท เพิ่มสินค้าควบคุม ลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/489062</link>
<guid isPermaLink="false">54a915feac7218bed4be322d426e0c1c</guid>
<pubDate>Fri, 27 Mar 2026 10:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ พิจารณามาตรการดูแลประชาชน หลังปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเห็นชอบให้ พิจารณาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงได้ ด้านกระทรวงพลังงาน ชี้แจงความจำเป็นการปรับขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อสะท้อนต้นทุนจริง ลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขณะนี้ติดลบ 38,000 ล้านบาท ลดปัญหาการเก็งกำไรและกักตุนน้ำมัน นอกจากนี้ ครม. ได้เห็นชอบ 7 มาตรการ ให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง โดยจะเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 100 บาทต่อเดือน เป็น 400 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 1 เดือน ช่วยเหลือกลุ่มรถบรรทุก รถโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มเกษตรกร ประมง ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหรือกลุ่มก่อสร้างที่ต้องส่งมอบงานล่าช้า เตรียมวงเงินซอฟต์โลน 10,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องแก่ SMEs ด้านกระทรวงพาณิชย์ เพิ่มสินค้าควบคุมอีก 7 รายการ จากเดิม 59 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส น้ำปลา และซีอิ๊ว ขณะที่กระทรวงคมนาคม จะช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ โดยรัฐจะให้เงินอุดหนุนตามการใช้งานจริงอ้างอิงข้อมูลผ่าน GPS และโอนผ่านพร้อมเพย์ ส่วนรถโดยสารขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกก่อน อีกทั้งยังเตรียมความพร้อมช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเสนอให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดจุดเติมน้ำมัน สถานีบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะทุกจังหวัด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่กระทบต่อประชาชน</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(26 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ภายหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ กบน. มีมติเห็นชอบปรับลดอัตราชดเชยน้ำมันดีเซล และกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมประชุม เพื่อพิจารณามาตรการดูแลประชาชน ลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายกรัฐมนตรีได้รับฟังการประเมินสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยกระทรวงพลังงานได้รายงานความคืบหน้า ความจำเป็น และมาตรการของประเทศต่าง ๆ ที่ต้องปรับตัวในช่วงที่เผชิญวิกฤตพลังงานของโลก และประเทศไทยจะต้องปรับตัว หรือมีการบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างไร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายหลังการประชุม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงข่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำการเตรียมมาตรการดูแลผลกระทบต่อประชาชน ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดโดยใช้ทุกกลไกในการช่วยเหลือ ส่วนมาตรการที่มีอุปสรรคทางกฎหมาย ได้ขอให้สำนักงานกฤษฎีกาพิจารณากลไกต่าง ๆ ที่สามารถดำเนินการได้ทันที ในส่วนของกระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้ พิจารณาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ตามความเหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับสำนักงานกฤษฎีกา และจะขออนุญาตไปทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไป คาดว่าการลดอัตราภาษีจะช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงได้ตามกลไก<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน จึงทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนระดับสูง ส่วนประเทศไทยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังช่วยเหลืออยู่ โดยได้ปรับราคาขายปลีกขึ้น 6 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 39 บาท ซึ่งสถานะกองทุนฯ ก่อนปรับอุดหนุนน้ำมันดีเซล 19 บาทต่อลิตร มีอัตราการไหลออก 1,700 ล้านบาท ส่งผลให้สถานะกองทุนฯ ติดลบ 38,000 ล้านบาท&nbsp;จึงเป็นเหตุที่นำมาประกอบการปรับราคาน้ำมัน เพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง ลดภาระของกองทุนฯ ลดปัญหาเรื่องการเก็งกำไรและกักตุนน้ำมัน หากเปรียบเทียบราคาในอาเซียนจะพบว่า มาเลเซียจำหน่ายอยู่ที่ 45.59 บาท เวียดนาม 47.16 บาท กัมพูชา 57.76 บาท สปป.ลาว 64.14 บาท ฟิลิปปินส์ 66.71 บาท สิงคโปร์ 100.26 บาท ส่วนอินโดนีเซีย และบรูไน ต่ำกว่าประเทศไทย คือ 28.32 บาท และ 7.92 บาท ปัจจุบันหน่วยงานความมั่นคงได้ช่วยตรวจตราเพื่อไม่เกิดการเอาเปรียบประชาชน ส่วนการผลิตน้ำมัน ได้ติดตามโรงกลั่นอย่างใกล้ชิดมีการกลั่นเต็มกำลังทุกโรงกลั่น ดีเซลประมาณ 78 ล้านลิตรต่อวัน และยังมีน้ำมันสำรองอีก 10 ล้านลิตร ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ดีเซลมีการจ่าย 85 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าความต้องการปกติเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาเฉลี่ยที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน นอกจากนี้ได้ประสานผู้ค้าตามมาตรา 7 (ผู้ค้ารายใหญ่) ให้จ่ายน้ำมันให้ Jobber ด้วย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบ 7 มาตรการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรการที่ 1 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง พิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต&nbsp;ว่าจะลดอย่างไรและลดในระยะเวลามากแค่ไหนตามความเหมาะสม&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรการที่ 2 กลุ่มคนเปราะบาง จะใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเพิ่มวงเงินให้อีก 100 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เป็น 400 บาทต่อเดือน ในระยะเวลา 1 เดือน โดยหลังจากที่ตั้งรัฐบาลจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหากจะต่อมาตรการ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรการที่ 3 ระบบขนส่ง จะมีทั้งกลุ่มรถบรรทุก และกลุ่มรถโดยสาร รวมถึงรถจักรยานยนต์รับจ้าง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรการที่ 4 ภาคเกษตรกร เบื้องต้นสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรโดยเร็วที่สุดเป็นเรื่องของราคาปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์ได้มีโครงการธงเขียว สนับสนุนปุ๋ย ลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร สนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์&nbsp;<br />
เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรการที่ 5 เกษตรกรกลุ่มประมง จะได้รับการเยียวยาโดยใช้น้ำมัน B20 ซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าน้ำมันปกติ ในอัตราที่ 5-6 บาท สามารถดูแลกลุ่มประมงได้&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรการที่ 6 คู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหรือกลุ่มก่อสร้าง ซึ่งอาจจะมีช่วงที่ขาดน้ำมันไม่สามารถใช้งานเครื่องจักรได้ ทำให้การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้า ในการขยายระยะเวลาตรวจรับงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น กับส่วนที่จะบรรเทาภาระผู้ประกอบการ เรื่องการชดเชยค่า K (ดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรง) ทางสำนักงบประมาณได้รับไปดำเนินการ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;มาตรการที่ 7 เป็นมาตรการกลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ SMEs&nbsp;ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยธนาคารออมสิน เตรียมวงเงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อย ทั้งซัพพลายเชน (Supply Chain) สามารถเข้ามาถึงวงเงินซอฟต์โลน โดยรายละเอียดธนาคารออมสินจะกำหนดออกมาให้ทราบต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในบูรณาการการทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านกลไกของคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) เพื่อกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ จำนวน 59 รายการ โดยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อทบทวนและพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดย กกร. มีมติยกระดับมาตรการควบคุมราคาสินค้าให้เข้มข้นขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยสินค้ากลุ่มควบคุมเข้มงวด ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา และยังมีมติให้ขยับสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการจากเดิมที่เพียงแค่แจ้งราคา เป็นต้องได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนปรับขึ้นราคาเท่านั้น ส่วนสินค้ากลุ่มเฝ้าระวังต้องแจ้งรายละเอียดก่อนปรับราคา สำหรับสินค้าที่มีความจำเป็น อาทิ น้ำตาลทราย และรายการอื่น ๆ ผู้ประกอบการต้องแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงราคาให้กระทรวงพาณิชย์ ทราบล่วงหน้า เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาได้อย่างเหมาะสม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;การเพิ่มสินค้าควบคุมใหม่ที่เสนอ ครม.พิจารณา นอกเหนือจากบัญชีสินค้าควบคุม 59 รายการเดิม ได้เสนอเพิ่มสินค้าอีก 7 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานของราคาสินค้าโดยรวม ได้แก่ วัตถุดิบต้นน้ำ เช่น เม็ดพลาสติก (ซึ่งเป็นต้นทุนบรรจุภัณฑ์) สินค้าบริโภคเพิ่มเติม ได้แก่ น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส น้ำปลา และซีอิ๊ว&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากการเพิ่มจำนวนสินค้าควบคุมแล้ว ยังดำเนินโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการรายใหญ่ จัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในราคาพิเศษกระจายไปยังเครือข่ายค้าปลีก-ค้าส่งครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้สมดุลกัน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จัดโครงการลดค่าครองชีพเฉพาะจุด โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงการคลังผ่าน &ldquo;บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&rdquo; เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนที่สุดอย่างต่อเนื่องและตรงจุด&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติม โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ในส่วนของปุ๋ย ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากกลุ่มปิโตรเคมีและผูกพันกับราคาพลังงานได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงการคลัง&nbsp;วางมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร หารือร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ย ยืนยันว่าปัจจุบันมีปริมาณสต๊อกปุ๋ยเพียงพอถึงเดือนเมษายน และอยู่ระหว่างการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม อีกทั้งยังมีมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยลดภาระและบรรเทาผลกระทบด้านต้นทุนให้แก่เกษตรกรและชาวประมงอย่างทั่วถึง โครงการดูแลภาคเกษตรกร ช่วยเหลือค่าปุ๋ย การปรับสูตรปุ๋ยให้มีการลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมในพื้นที่ที่ทำได้&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า ซึ่งจะมี 2 กลุ่มใหญ่ คือรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ โดยคณะรัฐมนตรีได้ให้กรอบการช่วยเหลือสนับสนุน หรือ Subsidy แบบพุ่งเป้าให้กับ 3 กลุ่ม เน้นการใช้งานจริงของผู้ประกอบการรถบรรทุก ซึ่งกรมการขนส่งทางบกมีการใช้ระบบ GPS ติดตามการใช้งานของรถบรรทุกอยู่แล้ว โดยเงินสนับสนุนกระทรวงการคลังจะดำเนินการผ่านในระบบพร้อมเพย์ จะใช้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการโดยตรง ตามที่ใช้จริง เช่นเดียวกับรถโดยสารสาธารณะ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของรถโดยสารขนาดเล็กและรถรถจักรยานยนต์รับจ้าง จะต้องลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเข้าสู่ระบบการติดตามการใช้จริงก่อน โดยจะช่วยเหลือผ่านการใช้จริง ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดกับผู้ประกอบการต่อไป ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนหันมาใช้ระบบบริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคม โดย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และกรมการขนส่งทางบก ได้เตรียมความพร้อมตามจำนวนความต้องการของประชาชนในการเดินทาง โดยได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดจุดเติมน้ำมัน สถานีบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่กระทบต่อประชาชน และกระทรวงพลังงานจะส่งน้ำมันเพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะบริการเพียงพอต่อการเดินทางของประชาชน</p>

<p>#นายกประชุมครมนัดพิเศษเห็นชอบ7มาตรการ #เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น400บาท #เพิ่มสินค้าควบคุม&nbsp;#ลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน #กระทรวงการคลัง #กระทรวงพลังงาน #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงคมนาคม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/20260327ac0d5cdfdfc0f0a99910d9bd0a166f64103946.jpg' type='image/jpg' length='1431213' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ กำชับ ช่วงสงกรานต์ประชาชนต้องมีน้ำมันกลับถึงบ้าน “พิพัฒน์” สั่งมอนิเตอร์ GPS  รถขนส่งน้ำมัน ป้องกันกักตุน-ออกนอกเส้นทาง]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/488690</link>
<guid isPermaLink="false">ed0c6a9b1158325a2fe4aedc0a4172bf</guid>
<pubDate>Thu, 26 Mar 2026 10:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกทีมเศรษฐกิจประชุมแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน ยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ เดินหน้าผลิตเต็มกำลัง ติดตามป้องกันการลักลอบจำหน่ายในราคาสูงเกินกว่าปกติ การประกาศราคาน้ำมันหน้าคลัง โดยห้ามสูงเกินโรงกลั่น ส่วนความกังวลช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้กำชับศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ไปแล้วว่าประชาชนจะต้องไม่มีปัญหาในการเดินทางไป - กลับ และราคาต้องสมเหตุสมผล ขณะที่การประชุม ศบก. เพื่อติดตามสถานการณ์ด้านพลังงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดให้รถขนส่งน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 ทุกคันต้องเชื่อมโยงระบบ GPS เข้ากับวอร์รูมของกรมการขนส่งทางบก เพื่อมอนิเตอร์ (ติดตาม) เส้นทาง เวลา ความเร็ว และจุดหมายปลายทาง ป้องกันการออกนอกเส้นทางหรือการกักตุนสินค้า และให้กระทรวงพลังงานจัดทำ Dashboard ติดตามปริมาณน้ำมันในทุกขั้นตอน ยืนยันว่า ปัจจุบันสต็อกน้ำมันดิบทั้งที่มีการสั่งซื้อและสำรองอยู่ในโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง มีเพียงพอสำหรับใช้ได้มากกว่า 100 วัน ประเทศไทยจึงยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤตตามที่หลายฝ่ายกังวล อีกทั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ เตรียมแผนจัดสรรน้ำมันเพิ่มขึ้น เพิ่มปริมาณสต็อกสถานีบริการ โดยเฉพาะเส้นทางขาออกช่วงต้นเดือนเมษายน และขาเข้าช่วงก่อนวันสงกรานต์ เพิ่มเที่ยววิ่งขนส่ง จัดเตรียมรถ Mobile Tank และขยายเวลาการทำงานของคลังน้ำมัน&nbsp;<br />
เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานของประชาชนได้อย่างเพียงพอตลอดช่วงเทศกาล&nbsp;</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(25 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยเป็นการประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมัน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าน้ำมันเพียงพอและเดินหน้าผลิตเต็มกำลัง เพื่อป้องกันการลักลอบค้าน้ำมันหรือจำหน่ายในราคาสูงเกินกว่าปกติ ได้สั่งการให้&nbsp;พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI และตำรวจ ตรวจสอบอย่างเต็มที่ หากพบความผิดปกติจะตรวจสอบและขยายผลเพิ่มเติม และสั่งการให้กระทรวงการคลังกับโรงกลั่นน้ำมัน ต้องประกาศราคาน้ำมันหน้าคลัง โดยห้ามสูงเกินโรงกลั่น เชื่อว่าเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามกลไก ปัญหาจะลดลง อีกทั้งยังมีข่าวดีที่เรือขนส่งน้ำมันของไทย ได้รับอนุญาตจากอิหร่านให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ส่วนกรณีการเดินทางช่วงสงกรานต์ ที่มีข้อกังวลว่าน้ำมันจะไม่เพียงพอ ได้แจ้งกับที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ไปแล้วว่าเป้าหมายคือประชาชนจะต้องไม่มีปัญหาในการเดินทางไปกลับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และราคาต้องสมเหตุสมผล ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ต้องดูเรื่องการควบคุมราคาสินค้า ส่วนกระทรวงการคลังต้องหามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม ทั้งด้านภาษีสรรพสามิต การกลั่น รวมถึงภาษีต่าง ๆ สำหรับมาตรการ Work from Home หากสามารถทำต่อเนื่องได้จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายและประหยัดพลังงาน แม้ขณะนี้จะไม่ได้มีปัญหาการนำเข้าน้ำมันดิบ หรือการส่งน้ำมันเข้าในระบบทุกวัน แต่ควรตระหนักว่าสถานการณ์โลกในขณะนี้ ไม่แน่นอนว่าจะยุติเมื่อไหร่ ดังนั้นต้องมีน้ำมันสำรองไว้ โดยปฏิเสธการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหากวิกฤตยืดเยื้อ มั่นใจว่าจะสามารถผ่านสถานการณ์วิกฤตไปได้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ได้ประชุมหารือติดตามและแถลงข่าวสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยได้ติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานจัดทำระบบ Dashboard เพื่อติดตามปริมาณน้ำมันในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการภาคเอกชนรายงานข้อมูลจริงในแต่ละช่วง ตั้งแต่กำลังการผลิตของโรงกลั่น ปริมาณสำรอง การกระจายสู่ผู้ค้าน้ำมัน และสถานีบริการ เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน แม้ว่าสถานการณ์การขนส่งน้ำมันจะเริ่มคลี่คลาย ภายหลังอิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเดินทางจำนวนมาก ที่ประชุมจึงเห็นความจำเป็นในการกำหนดมาตรการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้า เพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบกระจายพลังงานสามารถรองรับความต้องการได้อย่างเพียงพอ และให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันเชื้อเพลิงมีเพียงพอและกระจายอย่างทั่วถึง โดยคาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติภายในระยะเวลาอันใกล้ และในระยะต่อไปภาครัฐจะพิจารณาเพิ่มเติมมาตรการทั้งด้านการผลิต ภาษี และโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อการลดผลกระทบต่อประชาชน และเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศในการบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้หารือร่วมกับปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพลังงาน เพื่อตรวจสอบน้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง โดยกำหนดให้รถขนส่งน้ำมันของผู้ค้ามาตรา 7 ทุกคันต้องเชื่อมโยงระบบ GPS เข้ากับวอร์รูมของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพื่อมอนิเตอร์เส้นทาง เวลา ความเร็ว และจุดหมายปลายทาง ป้องกันการออกนอกเส้นทางหรือการกักตุนสินค้า ซึ่งรัฐบาลเชื่อมั่นว่าผู้ค้าแบรนด์ใหญ่ อาทิ PTT Shell Caltex บางจาก PT และ Susco&nbsp;จะดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและไม่นำชื่อเสียงมาเสี่ยง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นของเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนที่อาจต้องสำรองน้ำมันเพื่อเตรียมเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวและสูบน้ำเข้าพื้นที่ ยืนยันว่า ปัจจุบันสต็อกน้ำมันดิบทั้งที่มีการสั่งซื้อและสำรองอยู่ในโรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง&nbsp;มีเพียงพอสำหรับใช้ได้มากกว่า 100 วัน ประเทศไทยจึงยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤตตามที่หลายฝ่ายกังวล อีกทั้งยังมีข่าวดีด้านการต่างประเทศ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เจรจาผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบของบริษัท บางจาก สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย วิกฤตนี้ยังสามารถพลิกเป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าอาหารของไทยไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางได้อีกด้วย&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับภาพรวมโครงสร้างการจัดหาน้ำมันดิบของประเทศ มีการนำเข้าจากตะวันออกกลางร้อยละ 53 ตะวันออกไกลร้อยละ 11 แหล่งอื่น ๆ ร้อยละ 27 และภายในประเทศร้อยละ 9 ขณะที่กำลังการผลิตจากโรงกลั่น น้ำมันดีเซลประมาณ 65 ล้านลิตรต่อวัน และเบนซิน 35 ล้านลิตรต่อวัน ได้กระจายสู่ผู้ค้าน้ำมันและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม กระทรวงพลังงานได้เตรียมเพิ่มดีเซลหมุนเร็วผ่านมาตรการผ่อนคลายการสำรอง พัฒนาแอปพลิเคชัน Fuel Now เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ โดยกำหนดให้สถานีบริการต้องไม่ปฏิเสธการจำหน่ายแก่กลุ่มจำเป็น เช่น รถพยาบาล หน่วยงานรัฐ และภาคเกษตร<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ รายงานภาพรวมเส้นทางการผลิตและกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกลุ่ม ปตท. บางจาก พีที รายงานว่าได้เดินเครื่องผลิตน้ำมันดีเซลเต็มกำลังและกระจายไปยังผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (ผู้ค้ารายใหญ่) และผู้ค้ารายย่อย (Jobber) อย่างทั่วถึงและเพิ่มมากขึ้น โดยยืนยันไม่มีการกักตุน ขณะที่เชลล์ได้เสริมการนำเข้าน้ำมันจากสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนปริมาณในประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับมาตรการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ผู้ประกอบการได้เตรียมแผนจัดสรรน้ำมันเพิ่มขึ้น เพิ่มปริมาณสต็อกสถานีบริการ โดยเฉพาะเส้นทางขาออกช่วงต้นเดือนเมษายน และขาเข้าช่วงก่อนวันสงกรานต์ พร้อมเพิ่มเที่ยววิ่งขนส่ง จัดเตรียมรถ Mobile Tank และขยายเวลาการทำงานของคลังน้ำมัน เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานของประชาชนได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่องตลอดช่วงเทศกาล&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยข้อมูลจาก Dashboard ติดตามสถานการณ์น้ำมันว่า ณ วันที่ 23 มีนาคม 2569 โรงกลั่นมีกำลังการกลั่นอยู่ที่ 65.12 ล้านลิตรต่อวัน สำหรับปริมาณน้ำมันดีเซลที่ผลิตได้และอยู่ในสต็อกมีจำนวน 165 ล้านลิตร มีการสำรองอยู่ในคลัง 43 ล้านลิตร ซึ่งน้ำมันดีเซล (รวมถึง B7)&nbsp;ที่พร้อมจำหน่ายจะถูกกระจายออกไปยัง 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. ส่งให้ผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อจำหน่ายให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม เช่น โรงไฟฟ้าและภาคการก่อสร้าง 2. ขนส่งทางรถไฟ เรือ และรถบรรทุก ไปยังคลังภูมิภาคเพื่อส่งต่อให้ผู้ค้ารายย่อย รวมทั้งสิ้น 1,299 ล้านลิตร และ 3. จัดส่งไปยังสถานีบริการน้ำมัน ซึ่งมีปริมาณรวม 86.24 ล้านลิตร พร้อมขอความร่วมมือจากทุกบริษัทในการส่งข้อมูลให้กรมธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ติดตามการกระจายน้ำมันจากต้นทางถึงปลายทางอย่างใกล้ชิด และสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้างวดเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม 2569 นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือน พฤษภาคม - สิงหาคม 2569 เป็น 3 กรณี โดยเรียกเก็บที่ 3.95 - 4.59 บาทต่อหน่วย จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจุบัน ดังนี้ กรณีที่ 1 จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้าง (AF) ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย กรณีที่ 2 กฟผ. จะรับภาระต้นทุนคงค้างสะสมทั้งหมด 35,928 ล้านบาทแทนประชาชนส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย และกรณีที่ 3 กฟผ. จะรับภาระต้นทุนคงค้างสะสมแทนประชาชน ร่วมกับ กกพ. พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมด 9,472 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 25 - 31 มีนาคม 2569 ก่อนที่จะสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่&nbsp;<br />
1 เมษายน 2569</p>

<p>#นายกกำชับช่วงสงกรานต์ประชาชนต้องมีน้ำมันกลับถึงบ้าน #พิพัฒน์สั่งมอนิเตอร์GPSรถขนส่งน้ำมันป้องกันกักตุนออกนอกเส้นทาง #กระทรวงคมนาคม #กระทรวงพลังงาน #สำนักนายกรัฐมนตรี #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/202603268f9617cca31bf30e6acef463b950ca07110606.jpg' type='image/jpg' length='1313807' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สีหศักดิ์” เผย อิหร่าน - โอมาน ปฏิบัติการร่วมเข้าถึงเรือ “มยุรีนารี” และลูกเรือทั้ง 3 คนแล้ว  เรือขนน้ำมันบางจาก ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/488311</link>
<guid isPermaLink="false">716fe548e4656f9dba27217a3a966973</guid>
<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 10:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าหลังจากที่ได้หารือกับนายเซย์เยด อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ที่ได้ขอให้ช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ล่าสุดได้รับข่าวดีว่า อิหร่านและโอมานได้ปฏิบัติการร่วมกันจนสามารถเข้าถึงเรือและลูกเรือทั้ง 3 คนได้แล้ว แต่ยังต้องรอการยืนยันสถานะอย่างเป็นทางการของลูกเรืออีกครั้ง ส่วนกรณีที่ไทยขอให้อิหร่านช่วยดูแลความปลอดภัยของเรือขนส่งสินค้าที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านรับปากจะอำนวยความสะดวก พร้อมขอให้ไทยแจ้งชื่อเรือไป ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งชื่อเรือไป 2 ลำ คือ บางจาก และเอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รับข่าวดีว่า เรือขนส่งน้ำมันดิบของบางจาก สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแล้ว ส่วนอีก 1 ลำคาดว่าจะเดินทางได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน ขณะที่การประสานส่งร่างแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอลกลับประเทศ คาดว่าจะถึงไทยในวันที่ 26 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือกลับประเทศ หรือเดินทางต่อไปประเทศที่สามแล้วรวม 1,483 คน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้คนไทยที่ยังอยู่ในตะวันออกกลางให้ติดตามสถานการณ์และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงนโยบายการปรับลดระยะเวลาฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจาก 60 วัน เหลือ&nbsp;30 วัน เนื่องจากที่ผ่านมาพบการใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ แต่เชื่อว่านโยบายนี้จะไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว และจะช่วยเสริมความมั่นคงของประเทศ&nbsp;</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;หลังจากที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือกับนายเซย์เยด&nbsp;อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้ช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนของไทยที่ยังติดค้างอยู่บนเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน รับปากว่าจะติดตามการช่วยเหลือให้ อีกทั้งขอให้เรือขนส่งสินค้าของไทย ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ด้วยความปลอดภัย เนื่องจากประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง สินค้าที่บรรทุกผ่านไม่ได้เป็นปัจจัยในสงคราม ซึ่งทางอิหร่านได้ขอทราบรายละเอียดและชื่อของเรือไทยที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซล่วงหน้าและจะประสานให้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้รวบรวมส่งไปแล้ว&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(24 มี.ค. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จากที่ได้พูดคุยกับนายเซย์เยด อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ใน 2 เรื่อง ทั้งเรื่องการช่วยเหลือลูกเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ทั้ง 3 คน และลูกเรือจำนวน 20 คน ที่ทางโอมานช่วยเหลือได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ซึ่งนับเป็นข่าวดีที่เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ได้โทรศัพท์มาที่กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าอิหร่านและโอมานได้ปฏิบัติการร่วมกัน สามารถเข้าถึงเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; ของไทยได้แล้ว และเข้าถึงลูกเรือทั้ง 3 คนได้แล้ว แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าชะตากรรมของลูกเรือดังกล่าวเป็นอย่างไร ซึ่งพยายามตรวจสอบอยู่ พร้อมหวังว่าทั้ง 3 คนยังมีชีวิตอยู่ และต้องรอการยืนยันจากทางการอิหร่าน หรือโอมานอีกครั้งหนึ่ง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ที่ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งและยังมีกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายการเดินเรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีหลักการเดินเรือที่ต้องได้รับความปลอดภัย แต่ก็เกิดเหตุการณ์โจมตีเรือ &ldquo;มยุรีนารี&rdquo; จึงขอว่าหากมีเรือไทยที่จะต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขอให้ช่วยให้เดินทางโดยปลอดภัย และทางการอิหร่านรับปากจะดูแลพร้อมขอให้แจ้งรายชื่อเรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาก่อน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งไป 2 ลำ เป็นของ บางจาก และเอสซีจี เคมิคอลส์&nbsp;โดยทราบข่าวว่าเรือขนส่งน้ำมันดิบของบางจาก สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย มุ่งกลับสู่ประเทศไทย หวังว่าเรือของประเทศไทยที่เหลืออีก 1 ลำ จะสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยด้วย ถือเป็นข่าวดี และขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทางการอิหร่าน และ โอมาน ที่ช่วยเหลือดูแลปฏิบัติการกู้ภัยร่วมกัน รวมถึงช่วยให้เรือไทยเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ กำลังประสานหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและสายการบิน&nbsp;El Al (เอ็ล อัล) เพื่อดำเนินการส่งร่างแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คนที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด โดยร่างของผู้เสียชีวิตจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าของวันที่ 26 มีนาคม 2569 ส่วนอิหร่านและตุรกี ตามที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา และกรมการกงสุลได้ประสานการอพยพแรงงานไทยฟาร์มกุ้ง 4 คน ออกจากเมืองบันดา อับบาส เมืองชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน โดยทั้ง 4 คนได้เดินทางข้ามไปยังตุรกี โดยสวัสดิภาพแล้ว และจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย วันที่ 25 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ ยังมีนักศึกษา 7 คน และแรงงานฟาร์มกุ้งอีก 1 คน รวม 8 คน ที่จะเดินทางทางบกจากอิหร่านไปยังตุรกีในวันที่ 25 มีนาคม 2569 อย่างไรก็ตามตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,483 คน พร้อมเน้นย้ำให้คนไทยที่ยังอยู่ในตะวันออกกลาง ติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังได้ชี้แจงนโยบายการลดระยะเวลาฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน ว่า รัฐบาลก่อนได้อนุมัติฟรีวีซ่า 60 วัน เพื่อการท่องเที่ยว แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน กลับมีชาวต่างชาติใช้ประโยชน์เพื่อวัตถุประสงค์อื่น กระทรวงการต่างประเทศ จึงเสนอลดเวลาฟรีวีซ่าจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน และสามารถต่อเวลาเพื่อการท่องเที่ยวได้ มั่นใจว่าจะไม่กระทบการท่องเที่ยว และยังช่วยให้สามารถดูแลความมั่นคงของประเทศได้ดีขึ้น</p>

<p>#สีหศักดิ์เผยอิหร่านโอมานปฏิบัติการร่วมเข้าถึงเรือมยุรีนารีและลูกเรือทั้ง3คนแล้ว #เรือขนน้ำมันบางจากผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย #กระทรวงการต่างประเทศ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/20260325e56bb0bacbe5237c1bdce01cee62d4af104609.jpg' type='image/jpg' length='1155643' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เอกนิติ” ยืนยันน้ำมันดิบเพียงพอ ลดสัดส่วนสำรองน้ำมันเร่งระบายสู่หน้าปั๊ม “พาณิชย์” เพิ่มสินค้าควบคุม ]]></title>
<link>https://radiolamphun.prd.go.th/th/content/category/detail/id/38/iid/488309</link>
<guid isPermaLink="false">a4d1d8e8a515ac5a1178f1a411cda919</guid>
<pubDate>Wed, 25 Mar 2026 10:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันน้ำมันดิบมีเพียงพอ และเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากที่เคยประกาศเพิ่มขึ้น ให้กลับมาอยู่ที่ 1% เท่าเดิม เพื่อระบายน้ำมันไปสู่ปั๊มทันที ให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ทั้งวัน และกำกับให้เรือประมงได้รับน้ำมันจาก Jobber เพื่อแก้ปัญหาการแย่งซื้อที่ปั๊ม เนื่องจากการฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล ต้องบอกความจริงกับประชาชน ทุกคนต้องช่วยกันปรับตัวตามความผันผวนของตลาดโลก โดยเตรียมผลักดันพลังงานทางเลือก และสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop ด้วยการลดหย่อนภาษีและระบบซื้อคืนไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนพลังงานของประเทศ ส่วนการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระบุว่า ได้ขอความร่วมมือโรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิต โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล รวมถึงเร่งจัดส่งไปยัง Jobber ให้มากขึ้น แก้ปัญหาการเข้าซื้อน้ำมันที่สถานีบริการของภาคอุตสาหกรรม โดยจะกระจายน้ำมันได้ใน 1 &ndash; 2 วัน อีกทั้งเตรียมเปิดใช้งานระบบแดชบอร์ด (Dashboard) &nbsp;เพื่อแสดงข้อมูลปริมาณน้ำมันจากผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกราย ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อแก้ปัญหาการกักตุน ยืนยันไม่มีการส่งน้ำมันไปประเทศที่ 3 ส่วนการจัดหาแหล่งพลังงานในการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะนี้ได้จัดหา LNG จากหลายแหล่ง ยืนยันมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ไฟฟ้าพลังน้ำ และเพิ่มการใช้ก๊าซจากอ่าวไทย ลดการนำเข้า LNG ส่วนการควบคุมราคาสินค้า กระทรวงพาณิชย์เสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเพิ่มสินค้าควบคุม วันที่ 25 มีนาคม 2569 และดำเนินมาตรการลดค่าครองชีพ ทั้งโครงการ ไทยช่วยไทย ธงฟ้า และธงเขียวพลัส นอกจากนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เร่งดูแลราคาบัตรโดยสารที่ได้รับผลกระทบตะวันออกกลาง พร้อมทั้งร่วมมือกับ 6 สายการบิน เพิ่มที่นั่งกว่า 29,000 ที่นั่ง และปรับลดราคาบัตรโดยสารลง 15 &ndash; 30% ใน 11 เส้นทางบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์</p>

<p><strong>รายละเอียด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;(24 มี.ค. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันที่หนักและคาดเดาไม่ได้ สถานการณ์ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คิด เป็นวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบอื่น ๆ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก นโยบายรับมือวิกฤตช่วงแรกและการตรึงราคา รัฐบาลได้พยายามดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบด้วยการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ จากการประเมินสถานการณ์พบว่าวิกฤตจะยาวนานและใหญ่กว่าที่คิด การตรึงราคาทำให้เกิดปัญหาการกักตุนน้ำมัน เพราะประชาชนไปเติมก่อนราคาขึ้น รวมถึงความต้องการน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นจาก 67 เป็น 80-100 ล้านลิตรต่อวัน เกินกำลังการกลั่นสูงสุดที่ 76 ล้านลิตรต่อวัน และระบบขนส่งลำเลียงไม่ทัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐบาลต้องบริหารจัดการปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยติดตามและตรวจสอบข้อมูลการผลิตน้ำมันจากบริษัทต่าง ๆ แบบวันต่อวัน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนข้อมูล และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันดิบมีพอ ไม่ใช่แค่เชื่อข้อมูลที่ได้รับ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อปราบปรามการกักตุนและเอาเปรียบประชาชน ซึ่งปัญหาการขาดแคลนและแย่งน้ำมันเกิดจากหลายปัจจัย คือ 1. พฤติกรรมการกักตุนของประชาชนเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น 2. ปัญหาช่องทางการขนส่ง ทั้งรถบรรทุก รถไฟ เรือและท่อ ถูกจำกัดเวลาวิ่ง ไม่สามารถเร่งรอบส่งน้ำมันให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นแบบกะทันหันได้&nbsp;3. Jobber ไม่ได้รับน้ำมัน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมแห่ไปสถานีบริการน้ำมัน 4. เรือประมงใช้น้ำมันเขียว หรือบางกลุ่มใช้น้ำมันลักลอบจากมาเลเซีย แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันต่างประเทศแพงกว่าน้ำมันในไทยที่รัฐอุดหนุน ทุกกลุ่มจึงเปลี่ยนมาแย่งเติมน้ำมันที่หน้าปั๊ม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน รัฐบาลได้สั่งการให้ 1. ลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากที่เคยประกาศเพิ่มขึ้น ให้กลับมาอยู่ที่ 1% เท่าเดิม เพื่อระบายน้ำมันที่เก็บไว้ในคลังออกมาสู่สถานีบริการทันที 2. ยกเลิกข้อกำหนดการเพิ่มสำรองน้ำมันที่ทำให้ผู้ค้าเก็บน้ำมันไว้ 3. ให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ทั้งวัน&nbsp;4. กำกับให้เรือประมงได้รับน้ำมันจาก Jobber เพื่อแก้ปัญหาการแย่งซื้อที่ปั๊ม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่านี่คือวิกฤตพลังงานโลกที่หนักมาก การฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล เราต้องบอกความจริงกับประชาชน ทุกคนต้องช่วยกันปรับตัวตามความผันผวนของตลาดโลก เพราะการยันราคาจะทำให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนและลักลอบนำน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามกลไกตลาด ค่อย ๆ ปรับ และมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลด้านราคาสินค้าอยู่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบไว้แล้วโดยระยะสั้น มุ่งเน้นการจัดระเบียบระบบจำหน่ายน้ำมันให้กลับสู่ภาวะปกติ เช่น การปรับลดปริมาณน้ำมันสำรองที่กำหนดไว้ เพื่อให้มีการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการขนาดเล็กอย่างเพียงพอ และการปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลลอยตัวในระดับหนึ่ง โดยเทียบเคียงราคาตลาดโลกและราคาในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย พร้อมทั้งใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พิจารณาภาษีสรรพสามิตเพื่อลดผลกระทบ และปราบปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ส่วนระยะยาว เตรียมผลักดันพลังงานทางเลือก อาทิ ไบโอดีเซล เอทานอล น้ำมันปาล์ม การประหยัดพลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า&nbsp;ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด โครงการ &ldquo;เศรษฐกิจสีเขียว พลัส&rdquo; ที่ใช้ประโยชน์จากแสงแดดในการผลิตไฟฟ้า หรือ Solar Farm Solar ลอยน้ำ และสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop โดยมีการลดหย่อนภาษีและระบบซื้อคืนไฟฟ้า จะช่วยลดต้นทุนพลังงานของประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)&nbsp;นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ปตท. และ บางจาก ได้ปรับเพิ่มกำลังการกลั่นอีก 9% มีการจำหน่ายน้ำมันเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ 25% โดยเฉพาะดีเซลเพิ่มขึ้น 35% ภายใน 1-2 วันนี้ น้ำมันจะถูกกระจายไปยังผู้แทนจำหน่ายและสถานีบริการทั่วประเทศได้ครบถ้วนตามสภาวะปกติ เพื่อแก้ปัญหาความแออัดหน้าสถานีบริการ และภาครัฐเตรียมเปิดใช้งานระบบแดชบอร์ด (Dashboard) ในวันที่ 25 มีนาคม 2569 เพื่อแสดงข้อมูลปริมาณน้ำมัน การกระจายน้ำมันของผู้ค้าตามมาตรา 7 (ผู้ค้ารายใหญ่) และป้องกันการกักตุน ส่วนการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศ ยืนยันว่ามีการจำกัดปริมาณการส่งออกไม่เกิน 5 ล้านลิตรต่อวัน และส่งออกเพียง 2 ประเทศเท่านั้น คือ สปป.ลาว กว่า 4 ล้านลิตร เพื่อแลกเปลี่ยนกับการนำเข้าไฟฟ้าพลังน้ำ และส่งออกไปเมียนมา ประมาณ 3 แสนลิตร เพื่อสนับสนุนแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติที่จะส่งกลับมาเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าราชบุรี ส่งไปใช้ในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ โดยยืนยันว่าไม่มีการส่งออกไปยังประเทศที่สาม ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและร่วมกันประหยัดพลังงาน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านการจัดหาแหล่งพลังงานรองรับการผลิตไฟฟ้า นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า ระบบพลังงานของไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ เป็นหลัก ซึ่งการจัดหา LNG นั้น กกพ. พิจารณาจัดหา LNG สัญญา ระยะยาว-ระยะสั้น (Term LNG) ในสัดส่วน 70% และอีก 30% เป็นการซื้อรายเที่ยวเรือ (Spot LNG) โดยได้ปรับแผนจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมในช่วงเดือนมีนาคม&ndash;เมษายน จำนวน 3 ลำเรือ ซึ่งปัจจุบันสามารถจัดหาได้แล้ว 2 ลำเรือ สำหรับเดือนเมษายน และคาดว่าไม่ต้องมีการจัดหา ลำที่ 3 ทดแทน เนื่องจากสถานะคลังสำรอง LNG (LNG Inventory) อยู่ในระดับสูง และเพียงพอรองรับความต้องการใช้ในประเทศ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้แหล่ง LNG ของโลกไม่ได้มีเฉพาะในตะวันออกกลาง โดยมีแหล่งผลิต LNG ในภูมิภาคอื่น อาทิ ออสเตรเลีย มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา ทำให้ประเทศไทยยังสามารถจัดหา LNG จากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ และแม้ว่าผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดปัญหาในการขนส่งก๊าซจากประเทศกาตาร์ แต่ประเทศไทยมีสัญญานำเข้าเพียงประมาณ 15% ของ LNG นำเข้า นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เพิ่มการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ และเพิ่มการใช้ก๊าซจากอ่าวไทย ลดการพึ่งพิงการนำเข้า LNG ผลการดำเนินการทำให้สามารถลดการนำเข้า LNG ได้ประมาณ 70% ของ 1 ลำเรือ และเพิ่มก๊าซในประเทศได้เทียบเท่าประมาณ 50% ของ 1 ลำเรือ ยืนยันว่า ระบบไฟฟ้าของประเทศยังมีเชื้อเพลิงเพียงพอ สามารถรับมือกับสถานการณ์ผันผวนของตลาดโลกได้&nbsp;โดย กกพ. จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำกับต้นทุนเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคเศรษฐกิจให้มากที่สุด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการควบคุมราคาสินค้า นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วันที่ 25 มีนาคม 2569 กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาเพิ่มจำนวนสินค้าควบคุม เช่น เม็ดพลาสติก และน้ำดื่มบรรจุขวด รวมถึงยกระดับมาตรการกำกับดูแลสินค้าจำเป็นบางรายการ จากเดิมที่ผู้ประกอบการเพียง &ldquo;แจ้ง&rdquo; การเปลี่ยนแปลงราคา มาเป็น &ldquo;ต้องขออนุญาตก่อน&rdquo; ปรับขึ้นราคา โดยกลุ่มสินค้าที่จะเสนอเข้าสู่มาตรการเข้มงวดขึ้น ได้แก่ กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผ้าอนามัย และสบู่ นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ทั้งการลดต้นทุนเกษตรกร โดยขยายโครงการ &ldquo;ธงเขียวพลัส&rdquo; ลดภาระค่าปุ๋ยและสารป้องกันศัตรูพืชในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก (พฤษภาคม&ndash;กรกฎาคม) รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ผลิต ตรึงราคาจากสต๊อกเดิมอย่างน้อย 2 เดือน จัดกิจกรรม &ldquo;ธงฟ้า&rdquo; เดือนมีนาคม-สิงหาคม อย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก ขับเคลื่อนโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; นำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มาจำหน่ายในราคาพิเศษ&nbsp;โดยจะเริ่มเดือนเมษายน เป็นระยะเวลา 2 เดือน&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าครองชีพ ณ ตลาดรังสิต จังหวัดปทุมธานี&nbsp;พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคโดยรวมยังมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ระดับราคามีทั้งปรับเพิ่มขึ้นและทรงตัว แตกต่างกันตามโครงสร้างต้นทุนของแต่ละสินค้า อาทิ เนื้อไก่ เนื้อสุกร และสินค้าบรรจุภัณฑ์ ส่วนสินค้าอาหารปรุงสำเร็จในตลาด เช่น ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่ง ผู้ประกอบการยังคงตรึงราคาและคงคุณภาพเพื่อรักษาฐานลูกค้า ทั้งนี้ยังได้มีการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ราคาสินค้าในพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการประเมินผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อต่อไป&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อีกทั้ง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้เกิดข้อจำกัดด้านการบินและการเชื่อมต่อเที่ยวบินในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต้องเปลี่ยนเครื่อง ในภาพรวมเที่ยวบินระหว่างประเทศไทยและยุโรปที่เป็นเที่ยวบินตรงยังคงให้บริการได้ตามปกติ โดยมีผู้โดยสารที่เดิมใช้เส้นทางต่อเครื่องในตะวันออกกลางเปลี่ยนมาใช้เที่ยวบินตรงมากขึ้น ทำให้บัตรโดยสารในเส้นทางดังกล่าวคงเหลือในกลุ่มราคาสูง ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถเลือกใช้เส้นทางต่อเครื่องผ่านประเทศอื่น หรือพิจารณาเดินทางผ่านจุดเชื่อมต่ออื่น เช่น ประเทศจีน ซึ่งอาจมีค่าโดยสารที่เหมาะสมกว่า แต่ใช้ระยะเวลาเดินทางเพิ่มขึ้น สำหรับสายการบินตะวันออกกลาง แม้จะเริ่มกลับมาให้บริการบางเที่ยวบินแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดในหลายเส้นทาง จึงขอให้ผู้โดยสารติดตามสถานะเที่ยวบินและเงื่อนไขการเดินทางกับสายการบินอย่างใกล้ชิด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการดูแลค่าโดยสารในประเทศ พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 &ndash; 15 เมษายน 2569 ได้ประสานความร่วมมือกับ 6 สายการบิน ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ท ดำเนินมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มปริมาณที่นั่งในเส้นทางที่มีความต้องการสูง โดยสายการบินทั้ง 6 สาย ได้ปรับลดราคาบัตรโดยสารลง 15 &ndash; 30% ใน 11 เส้นทางบิน (ไป&ndash;กลับ) ได้แก่ กรุงเทพฯ &ndash; เชียงใหม่ กรุงเทพฯ &ndash; ภูเก็ต กรุงเทพฯ &ndash; หาดใหญ่ กรุงเทพฯ &ndash; สมุย กรุงเทพฯ &ndash; นครศรีธรรมราช กรุงเทพฯ &ndash; สุราษฎร์ธานี กรุงเทพฯ &ndash; กระบี่ กรุงเทพฯ &ndash; ตรัง กรุงเทพฯ &ndash; นราธิวาส และกรุงเทพฯ &ndash; ขอนแก่น รวมทั้งสิ้น 191 เที่ยวบิน คิดเป็นจำนวน 29,685 ที่นั่ง โดยบางกอกแอร์เวย์สได้เพิ่มเที่ยวบินพิเศษในเส้นทางสมุย จำนวน 24 เที่ยวบิน ส่งผลให้มีที่นั่งเพิ่มขึ้นอีก 1,680 ที่นั่ง ขณะที่การบินไทยได้ปรับเปลี่ยนแบบอากาศยานในบางเที่ยวบินเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง ได้แก่ Airbus A330-300 และ Boeing 787-8 ส่งผลให้มีที่นั่งเพิ่มขึ้นอีก 1,428 ที่นั่ง รองรับความต้องการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์</p>

<p>#เอกนิติยืนยันน้ำมันดิบเพียงพอ #ลดสัดส่วนสำรองน้ำมันเร่งระบายสู่หน้าปั๊ม #พาณิชย์เพิ่มสินค้าควบคุม&nbsp;#กระทรวงการคลัง #กระทรวงพลังงาน #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงคมนาคม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiolamphun.prd.go.th/th/file/get/file/20260325ff21b443dedcd325282efb09a7e0a10f103715.jpg' type='image/jpg' length='1268503' />
</item>
</channel>
</rss>
