ธปท. เปิดลงทะเบียนโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสีย (NPL) ปิดจบหนี้ เข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น

     กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และภาคสถาบันการเงิน ร่วมกันจัดทำกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยที่ประสบปัญหาหนี้เสียสามารถแก้ไขภาระหนี้และกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้ ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการต้องเป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา (รายย่อย) และมีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) รวมทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 โดยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้วตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th/cleardebt รวมถึงช่องทางของบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ ในระยะแรก โครงการจะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ โดย SAM จะรับซื้อหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้ผ่าน 2 มาตรการ ได้แก่ 1. มาตรการ “จ่ายปิดจบหนี้” ให้ลูกหนี้จ่ายคืนหนี้บางส่วนแก่ SAM เพื่อปิดบัญชี และ 2. มาตรการ “ผ่อนชำระเป็นงวด” ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 3 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ตลอดระยะเวลาที่เข้าร่วมมาตรการ ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์ ทั้งการลดภาระหนี้ เงื่อนไขการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถกลับมาเป็นลูกหนี้ที่มีสถานะปกติได้ง่ายขึ้น ประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร (NCB) ปรับดีขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อใหม่ในอนาคต

รายละเอียด
     (5 ม.ค. 69) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันออกกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสียในการที่จะกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 
(1)    เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา 
(2) มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่งรวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
     โครงการดังกล่าว เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้นสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่าน (1) เว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt) หรือ (2) ช่องทางของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) (www.sam.or.th) หรือ (3) ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ โดยในระยะแรก โครงการฯ จะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน 
    สำหรับการดำเนินโครงการฯ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (Social AMC) จะรับซื้อหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายข้างต้น และนำมาปรับโครงสร้างหนี้ในเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าปกติ อาทิ ลดยอดเงินต้นบางส่วน หรือยกเว้นดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมคงค้างทั้งหมดหากปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้จริง ปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น รวมถึงมีประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรที่ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้สามารถเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของตน ได้แก่ (1) จ่ายปิดจบหนี้ โดยจ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที หรือ (2) ผ่อนชำระเป็นงวด สูงสุดไม่เกิน 3 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างเข้าร่วมมาตรการ 
     หลังลงทะเบียน ลูกหนี้จะได้รับการติดต่อจาก SAM หรือตัวแทนของ SAM โดยหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ช่องทาง ธปท. (BOT contact center 1213) SAM (call center 1443 กด 6) หรือ call center ของสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิม 

    สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้เฉพาะจุด คือ ลูกหนี้รายย่อยที่เหลือยอดหนี้เสีย (NPL) ไม่สูง ให้กลับมาจ่ายหนี้ได้หลุดจากสถานะ NPL ได้เร็วและมีประวัติหนี้ที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ในอนาคต เพื่อช่วยเหลือเป็นการเฉพาะกิจโดยจะดำเนินการเพียงครั้งเดียวเพื่อไม่สร้างแรงจูงใจที่ผิดจนทำให้ลูกหนี้เสียวินัยทางการเงิน (moral hazard) รวมทั้งมีแนวทางจูงใจให้ลูกหนี้กลับมาชำระหนี้และรักษาวินัยในการชำระหนี้ โดยเริ่มโครงการตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งมีขั้นตอนเข้าร่วมโครงการ ดังนี้
    - 1 มกราคม 2569 ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ โอนกรรมสิทธิ์หนี้ไปยัง SAM 
    - ตั้งแต่ 5 มกราคม 2569 ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มของธนาคารพาณิชย์ ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขและสนใจปรับโครงสร้างหนี้กับโครงการนี้ สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt) หรือ ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ หรือ ช่องทางของ SAM
    > SAM จะแจ้งผลการพิจารณาคุณสมบัติลูกหนี้ผ่าน SMS
    > SAM หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก SAM จะทยอยติดต่อกลับลูกหนี้
มาตรการและรูปแบบการช่วยเหลือลูกหนี้
     บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) จะรับซื้อรับโอนหนี้เสียของลูกหนี้รายย่อยมาจากเจ้าหนี้เดิม และจะปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนเพื่อลดภาระหนี้ให้ลูกหนี้ โดยในระยะแรก SAM จะรับซื้อเฉพาะหนี้ NPL ที่ไม่มีหลักประกัน (เช่น บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล) และติ่งหนี้ของหนี้ที่เคยมีหลักประกัน ไม่รวมสินเชื่อ ดังต่อไปนี้
•    สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และสินเชื่อ nano finance ที่มีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน เนื่องจากถือเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน 
•    หนี้ที่มีคำพิพากษาแล้ว 
•    หนี้ที่ถูกฟ้องรวมกับหนี้อื่นที่ไม่ได้เข้าโครงการนี้
•    หนี้อื่น ๆ ที่ขัดต่อกฎหมายหรือหลักเกณฑ์การกำกับดูแลของผู้กำกับดูแล เช่น หนี้ของผู้ที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าดำ บัญชีม้าเทาเข้ม และบัญชีม้าเทาอ่อน
โครงการมีระยะเวลา 3 ปี ประกอบด้วย 2 มาตรการย่อย ได้แก่
    1. มาตรการ “จ่ายปิดจบหนี้” ให้ลูกหนี้เข้ามาจ่ายคืนหนี้บางส่วนแก่ SAM เพื่อปิดบัญชี
     2. มาตรการ “ผ่อนชำระเป็นงวด”
• ลดภาระหนี้บางส่วนให้กับลูกหนี้ และส่วนที่เหลือให้ผ่อนชำระเป็นงวดแก่ SAM 
• ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 3 ปี (ระยะเวลาผ่อนชำระของลูกหนี้แต่ละรายจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่ลูกหนี้เริ่มเข้าโครงการ ถ้าเข้าร่วมช้าระยะเวลาผ่อนจะเหลือน้อยลงตามระยะเวลาที่เหลือของโครงการ) 
    • อัตราดอกเบี้ยในระหว่างมาตรการจะได้รับยกเว้น (อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0) และเมื่อลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขแล้ว จะได้รับการยกเว้นดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายที่ค้างจ่ายตามสัญญาเดิมก่อนเข้ามาตรการที่พักแขวนไว้ทั้งจำนวน
คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ
ลูกหนี้ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการสามารถเข้าร่วมโครงการได้ทุกคน โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติครบทุกข้อ ดังนี้
(1) เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา
    (2) มีสถานะหนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เป็นหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน (NPL) นับแต่วันครบกำหนดชำระ 
    (3) มีภาระหนี้ NPL รวมทุกผู้ให้บริการทางการเงิน และทุกประเภทสินเชื่อ ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย*
    (4) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือ บุคคลที่ถูกกำหนดอยู่ใน Sanction list ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
*นับเฉพาะผู้ให้บริการทางการเงินที่รายงานข้อมูลในเครดิตบูโร (NCB) และใช้ภาระหนี้ตามการรายงาน NCB
    ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ
(1) ได้ลดภาระหนี้ และเงื่อนไขการผ่อนชำระแบบผ่อนปรน จึงช่วยให้ลูกหนี้เสียสามารถกลับมาเป็นลูกหนี้ดีได้ง่ายขึ้น
    (2) ประวัติชำระหนี้ในเครดิตบูโร (NCB) ปรับดีขึ้น  
    (3) มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น


#ธปทเปิดลงทะเบียนโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ #ช่วยลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสียNPLปิดจบหนี้ #เข้าถึงสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น #กระทรวงการคลัง #ธนาคารแห่งประเทศไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar